“กล่าวไปลูกชายเจ้ากับข้ามีสัมพันธ์อันชิดใกล้กันนัก…ข้าจึงมิอยากเห็นเขาเดินไปในทางที่ผิด…เจ้าเพียงเข้าใจเถอะว่าการปล่อยให้เขาเดินตามทางนั้นประเสริฐกว่าไปอยู่ที่ตำหนักเมฆาคราม ถึงแม้ตำหนักเมฆาครามจักเป็นบ้านของเขาก็ตาม…แต่แน่นอนว่าข้ามิได้ห้ามมิให้เขากลับบ้านและพบกับครอบครัวที่ตำหนักเมฆาคราม ข้าเพียงหวังว่าเจ้าจักปล่อยให้มันเป็นไปตามทางของมัน ให้เขาเป็นฝ่ายเจอพวกเจ้าเอง…ที่ได้พบสักวันย่อมได้พบ เจ้าเข้าใจหรือไม่?”
ชายชรากล่าวออกมาอีกครั้ง
“อา”
ต้วนหรูเฟิงพยักหน้ารับอย่างอื้ออึง มันตกใจไม่น้อยด้วยไม่คิดเลยว่าพรสวรรค์ของบุตรชายตัวเองจะยอดเยี่ยมถึงขั้นผู้เฒ่าพยากรณ์ยังพยายามถึงขนาดนี้
“ท่านผู้อาวุโส ที่ท่านกล่าวว่าท่านกับบุตรข้ากล่าวไปมีสัมพันธ์ชิดใกล้ มิทราบข้าขอถามท่านได้หรือไม่ว่ามันหมายความว่าอะไร?”
ต้วนหรูเฟิงกล่าวถาม
“เขาคือหมอกพิรุณ ข้าคือความลับสวรรค์”
เผชิญคำถามของต้วนหรูเฟิง ผู้เฒ่าพยากรณ์เพียงตอบออกมาสั้นๆเพียง 8 คำเท่านั้น
และเมื่อเสียงชายชราดังจบคำร่างคนก็อันตรธานหายไปต่อหน้าต่อตาต้วนหรูเฟิง ราวกับไม่เคยปรากฏมาก่อน
“เขาคือหมอกพิรุณ ข้าคือความลับสวรรค์? แล้วนี่มันหมายความว่าอะไรกัน?”
ต้วนหรูเฟิงคุ้นเคยกับผู้เฒ่าพยากรณ์มาบ้างแล้ว จึงไม่ได้ตกใจอะไรมากมาย