เรื่องนี้ต้วนหลิงเทียนไม่ได้รีบร้อนอะไร
ตระกูลซือถูได้ลั่นวาจาทั้งสาธารณชนก็รับทราบดีอยู่แล้ว คงไม่มีทางทำลายชื่อเสียงตัวเองด้วยการบิดพริ้วคำสัญญาเด็ดขาด
ยิ่งไปกว่านั้นก่อนที่จะมายังตระกูลซือถู ต้วนหลิงเทียนก็ได้ยินเรื่องราวมาไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นซือถูหังหรือผู้นำตระกูลซือถู ล้วนเป็นคนดีและผู้คนก็ชื่นชมสรรเสริญกันถ้วนหน้า
สิ่งที่ทำให้ต้วนหลิงเทียนแปลกใจอยู่บ้างก็คือ แม้ซือถูฮ่าวจะจากไปแล้วแต่ชายชราอย่างซือถูโฮ่วกลับไม่ได้ไปไหน
ทั้งมีห้องว่างหลายห้องในเรือนหลังนี้ ทว่าซือถูโฮ่วกลับเลือกที่จะอยู่ห้องตรงข้ามของต้วนหลิงเทียน คล้ายจะมาอยู่เป็นเพื่อนบ้านเขาเสียอย่างนั้น
“ดูเหมือนว่าอาวุโฮ่วจะกลัวว่าข้าจะหนีไปสินะ…”
ต้วนหลิงเทียนส่ายหัวไปมาพร้อมยิ้ม
ไม่กี่วันหลังจากนั้นซือถูโฮ่วก็ยังคงอยู่ในเรือนที่พักของซือถูหัง กลับกันอีกด้านหนึ่งในเขตตระกูลซือถูกลับมีบรรยากาศอึมครึมขึ้นมา
“ปรมาจารย์ต้วนที่ว่ามันอยู่ในเรือนที่พักของซือถูหังมาสองสามวันแล้วงั้นเหรอ? แถมไอเฒ่าซือถูโฮ่วนั่นก็อาศัยอยู่ห้องตรงข้ามอีก?”
ชายหนุ่มที่มีสีหน้าอึมครึมคนหนึ่งเดินวนไปวนมาขณะพึมพำกับตัวเองเบาๆ ในแววตาเผยประกายเย็นชาออกมาไม่ขาด
“หรือ…ปรมาจารย์ต้วนอะไรนั่น มันจักล้างอาคมมารของซือถูหังได้จริงๆ?”