ซือถูจั๋วกล่าวกับซือถูหังด้วยรอยยิ้ม ค่อยกล่าวสืบต่อ “พี่ใหญ่หัง ข้าหวังว่าท่านจักรีบหายดีในเร็ววัน เพราะข้ายังมีเรื่องมากมายรอให้ท่านชี้แนะเกี่ยวกับวรยุทธ์เซียนที่ข้าฝึกปรือ”
“อืม”
ซือถูหังพยักหน้ารับด้วยความเฉยเมย ค่อยกล่าว “เจ้ามีอันใดอีกหรือไม่ หากไม่มีแล้วข้าอยากพักผ่อน”
พอตระหนักได้ว่าที่มันต้องเป็นแบบนี้ ทั้งหมดล้วนเป็นเพราะซือถูจั๋ว! ซือถูหังก็ไม่อาจปั้นหน้าแย้มยิ้มอะไรได้อีก แม้จะไม่เผยท่าทีเป็นอริอะไรกัน แต่อารมณ์ของมันก็ไม่ใช่ว่าจะสู้ดีนัก!
เพราะมันไม่อาจฝืนทำเป็นปกติยิ้มแย้มให้กับคนที่สามารถซ่อนดาบในรอยยิ้มคิดฆ่ามันเช่นนี้ได้!
“เช่นนั้นพี่ใหญ่พักผ่อนก่อนเถอะ ข้าไม่รบกวนท่านแล้ว”
คล้ายซือถูจั๋วจะไม่สนใจความเฉยเมยไม่แยแสของซือถูหัง มันยังคงปั้นหน้ายิ้มแย้มกล่าวคำอำลาด้วยท่าทางสุภาพ
ทว่าทันทีที่มันเดินออกจากห้อง ก็ปรากฏร่างหนึ่งยืนรออยู่ในล้านว่าง จึงเร่งทักอีกฝ่ายออกไปทันที “อาวุโสโฮ่ว”
“คนผู้นี้มาติดตามรับใช้เจ้าตั้งแต่เมื่อใดกัน? แล้วมันเป็นใคร?”
ลูกตาซือถูโฮ่วจับจ้องมองเขม็งไปยังชายในหน้ากากผีทันทีอย่างไม่วางตา กล่าวถามออกมาเสียงเย็น
“นี่เป็นสหายของข้าที่บังเอิญรู้จักกันตอนออกไปท่องเที่ยวข้างนอกน่ะ”
ซือถูจั๋วกล่าวตอบด้วยรอยยิ้ม
“หากข้าเข้าใจมิผิด มันเป็นผู้ฝึกมารใช่หรือไม่?”
ซือถูโฮ่วมองซือถูจั๋วด้วยสายตาคมกล้า กล่าวจี้ถามออกไปทันที
“ผู้ฝึกมาร?”