ซือถูจั๋วลอบสะท้านไปเล็กน้อย ค่อยเร่งกล่าวด้วยรอยยิ้ม “อาวุโสโฮ่วท่านล้อข้าเล่นแล้ว…ตระกูลของเรามีกฏห้ามคบค้าสมาคมกับผู้ฝึกมารเด็ดขาด ไหนเลยข้ายังไม่ล่วงรู้ได้ ข้ามิกล้ามีสหายเป็นผู้ฝึกมารหรอก”
“เช่นนั้นก็ดี!”
ซือถูโฮ่วพยักหน้ารับเบาๆ
“จริงสิข้าได้ยินมาว่าที่พี่ใหญ่มีอาการดีวันดีคืนเช่นนี้ ล้วนเป็นเพราะปรมาจารย์ต้วน…อาวุโสโฮ่ว มิทราบปรมาจารย์ต้วนผู้นั้นอยู่ที่ใดเหรอ ข้าคิดไปคารวะขอบคุณเขาในนามของพี่ใหญ่หังสักครา”
ซือถูจั๋วกล่าวถามวือถูโฮ่วออกมาตาใส
ซือถูโฮ่วยังไม่ทันได้ตอบคำอะไร ประตูห้องตรงข้ามห้องมันก็เปิดอ้าออกมาทันที ปรากฏร่างในชุดสีม่วงหนึ่งค่อยๆเดินเข้ามาในลานว่าง เป็นบุรุษหล่อเหลาหน้าตาคมคาย คิ้วเข้มดั่งดาบ ประกายตาสดใสมากไหวพริบ นับว่าหล่อเหลาและเต็มไปด้วยความสง่างามไม่ธรรมดา
เพียงแค่มอง ซือถูจั๋วยังอดรู้สึกด้อยกว่าอย่างช่วยไม่ได้
“ปรมาจารย์ต้วน!”
ซือถูโฮ่วที่เห็นชายหนุ่มชุดม่วงออกมา ก็เร่งกล่าวคำทักทายด้วยรอยยิ้มทันที
“อาวุโสโฮ่ว”
ต้วนหลิงเทียนยิ้มทั้งพยักหน้ารับคำทักของซือถูโฮ่วเบาๆ ก่อนที่จะเดินไปยังโต๊ะหินอ่อนในลาน ค่อยหยิบถ้วยชาออกมาตั้งวางอย่างไม่รีบร้อน ทั้งยกกาน้ำชารินชาหอมจรุงพ่นควันฉุยออกมาละเลียดจิบอย่างสุขอุรา ไม่ได้แยแสหรือให้ความสนใจซือถูจั๋วกับชายชุดคลุมลมดำที่สวมหน้ากากผีที่ยืนอยู่ในลานด้วยแม้แต่น้อย