้องเปลี่ยนก็หาอันใหม่มาแทนที่”
“แต่ว่า… ถึงอย่างไรพวกเขาก็ยังเป็นคน…”
“คนเราก็ยังมีระดับแตกต่างหลากหลาย” เย่อวี๋หรานจ้องตาจูอู่คล้ายไม่ต้องการให้เขาใสซื่อเกินไป “อย่างที่ข้าให้เจ้าเจ็ดเข้าสำนักศึกษา ให้ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าเล่าเรียนก็เพียงเพื่อให้พวกเขามีความรู้และอ่านเขียนได้บ้าง เจ้าไม่สังเกตบ้างหรือ? ตั้งแต่สกุลเรามีคนอ่านออกเขียนได้มากขึ้น มีชาวบ้านสกุลใดไม่เคารพนับถือครอบครัวเราบ้าง”
นอกจากหญิงปากสว่างที่คอยจับผิดพวกเขา จูอู่ก็เห็นว่ามีไม่กี่ครอบครัวที่ทำเช่นนั้น แม้คนเหล่านั้นอาจพูดจาลับหลังพวกเขาเสีย ๆ หาย ๆ ทว่าก็ไม่มีใครกล้าออกหน้าหาเรื่องกันโต้ง ๆ
ทว่านี่เป็นเพียงเพราะสกุลของพวกเขามีคนอ่านออกเขียนได้จริงหรือ?
ทั้งผู้อาวุโสและเจ้าหน้าที่ทางการเข้าข้างครอบครัวเขา ชาวบ้านต่างต้องหัน ‘หน้า’ มาพึ่งครอบครัวเขาเรื่องการเพาะปลูกข้าวและมันเทศ หากกล้ามีเรื่องกับครอบครัวเขาคงโง่เต็มทน
“นอกจากส่งเจ้าเจ็ด ต้าเป่า กับเอ้อร์เป่าไปเล่าเรียน รวมถึงยังปลูกมันเทศและข้าวให้ได้ช่วยเหลือชาวบ้าน ขอแค่ทำให้พวกเขาขึ้นเรือแล้วได้ผลประโยชน์ ก็จะใส่ใจเรือไม่ให้ล่ม”
นางถามจูอู่ว่ายังจำได้หรือไม่ว่าก่อนหน้านี้ชื่อเสียงของนางในหมู่บ้านฉาวโฉ่เพียงไหน
ตอนนั้นนางไม่ดีพอจริงหรือ?
แน่นอนว่าไม่ใช่
ใช่ว่านางไม่ดีพอ แต่เพราะนาง ‘โดดเด่น’ เกินไปต่างหาก นางคือหญิงสาวคนเดียวในหมู่บ้านที่มีลูกดกและสามารถเลี้ยงดูพวก