จูอู่งุนงงเล็กน้อย “จำเป็นด้วยหรือ? หากทางนายท่านผู้เฒ่าซุนจะหาซื้อของเองโดยไม่ได้พึ่งเรา”
“มันไม่เหมือนกัน เราเปิดร้านร่วมกับนายท่านผู้เฒ่าซุนเพื่อส่งวัตถุดิบให้และแบ่งผลกำไรจากการขายของนั้น แต่ร่วมมือกับพี่เป้าต้องแบ่งผลกำไรจากรายได้ทั้งหมด”
จูอู่เงียบไปเพราะรู้ว่ามารดาของตนพูดถูก
การร่วมมือกับนายท่านผู้เฒ่าซุนกับพี่เป้าต่างกันเล็กน้อยจริง ๆ
“เช่นนั้น… เช่นนั้น… หากเราพบว่ามันเป็นเรื่องจริงจะทำอย่างไรดี? อันที่จริงพี่เป้าก็ไม่ผิด เขาซื้อของพวกนั้นมาก็ควรต้องได้กำไรในส่วนนั้น…”
“แล้วต้นทุนเล่า? เขาคำนวณต้นทุนอย่างไร เปิดร้านต้องเช่าที่ ลูกจ้างก็ต้องมี เขาขายของได้เงินแต่เราออกต้นทุนทั้งหมดไม่ใช่หรือ?” นางท้วง “เจ้าคิดว่าข้าจุกจิกเกินไปแต่ว่ามันเป็น ‘กฎ’ ทำกิจการเองก็ต้องมี ‘กฎ’ แหกกฎเช่นนี้หากต่อไปกิจการเติบโตแล้วเราจะบริหารจัดการอย่างไร เจ้าห้า ตอนนี้เราไม่เพียงแต่ร่วมมือกับพี่เป้า แต่ยังมีอู๋เจียงในเมืองผู่โซ่วด้วย และอาจมีสกุลอื่นอีก… ต่อไปต้องคิดให้รอบคอบว่าสุดท้ายกฎนี้จะกำหนดอย่างไร”
เขาอึ้งไป “ท่านแม่ ท่านบอกเองไม่ใช่หรือว่าผู้ชายสกุลจูค้าขายไม่ได้”
เย่อวี๋หรานบอกพลางเหลือบมอง “ใช่ การค้าขายเป็นเพียงรายได้ที่สะใภ้สกุลจูหามาจุนเจือครอบครัว แต่ในฐานะหัวหน้าครอบครัว เจ้าเองก็ควรเข้าใจสิ่งที่เมียเจ้าทำไม่ใช่หรือ?”
จูอู่ “…”
“เจ้าไม่ต้องลงมือเองและเข้าไปแทรกแซงเลยหรือ? แล้วหากเกิ