“… แล้วถ้าหากไม่มีเล่า?”
“หากไม่มี เราก็ขอโทษเขาแล้วเลิกพูดถึงเรื่องนี้ หากพูดและทำแล้วเขายังโกรธเคืองก็ถือว่าโชคชะตาระหว่างเราเป็นเช่นนั้น” เย่อวี๋หรานกล้าพูดเช่นนี้เพราะจูซานได้ทำข้อตกลงทางการค้ากับอู๋เจียงไว้แล้ว
ไม่เช่นนั้นการตัดขาดทางการค้ากับพี่เป้าคงทำให้รากฐานสกุลจูสั่นคลอน
เรื่องของพี่เป้าทำให้นางรู้ว่าต้องพัฒนาขึ้นไปอีก การเป็น ‘ครอบครัวแห่งการเพาะปลูกและการศึกษาเล่าเรียน’ จึงเป็นสิ่งที่ทำให้สกุลจูมั่นคง ถึงจะสามารถป้องกันไม่ให้ปัญหาส่วนตัวส่งผลกระทบกับกิจการทั้งหมดของสกุลได้
การที่ต้องการตามสืบเรื่องพี่เป้าไม่ได้มีเจตนาอื่นแอบแฝง อันที่จริงเพียงแค่แอบให้คนไปนับลูกค้าในร้าน แล้วนำมาเทียบกับบัญชีที่หลี่ซื่อบันทึกก็จะรู้ได้
มีลูกค้าเข้ามาทานอาหารมากมาย ทุกคนใช้จ่ายไม่ใช่น้อย ต่อให้ไม่มากก็ยังเห็นว่ากิจการเป็นไปอย่างไร
“ท่านแม่ บัญชีรายรับ.. มันดูแปลก ๆ …” จูอู่เทียบสถิติที่ตามสืบมากับบัญชีของหลี่ซื่อแล้วเห็นส่วนต่างค่อนข้างมาก
“อย่างนั้นหรือ แล้วยอดซื้อวัตถุดิบเล่า?” เย่อวี๋หรานถามหน้านิ่ง
“ยอดซื้อฝั่งเรา…” เขาตอบ “ถ้าแค่ฝั่งเราก็ไม่มีปัญหา แต่ว่าจำนวนเท่านี้… ท่านแม่ หรือพวกเขาจะกินอาหารร่วมโต๊ะกัน ทำไมข้าถึงได้รู้สึกว่ายอดซื้อไม่สัมพันธ์กับจำนวนลูกค้าเลย”
เมื่อนำข้อมูลสองฝั่งมาเทียบกันก็ยิ่งเห็นช่องโหว่
“ไม่ว่าพวกเขาจะมากินหรือซื้ออะไรก็ต้องเกิดเรื่องผิดปกติ ขายออกไปเท่า