“อาวุโสป๋ายลี่ ข้าบอกท่านได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์ลุงเฉียนกับจ้าวเฟิงนั้น แน่นแฟ้นมิต่างอันใดจากบุตรบิดา…”
เจียงเว่ยได้แต่กล่าวตอบไปแบบนี้เท่านั้น
“มิต่างบุตรบิดา?”
ได้ยินคำนี้ของเจียงเว่ย ป๋ายลี่หงอดไม่ได้ที่จะเย้ยเยาะในใจ หากพวกเจ้าสนิทสนมกันถึงขนาดนั้น แล้วใยไม่ย่อมรับจ้าวเฟิงเป็นศิษย์ปิดสำนักให้เป็นเรื่องเป็นราวไปเลยเล่า?
“อาวุโสเฉียนท่านให้ข้ากล่าวคำสาบานต่อทัณฑ์สวรรค์เก้าเก้าเช่นนี้ ก็มิตองสงสัยเลยว่าที่แท้ท่านเห็นข้าเป็นคนอย่างไร…ตลอดชั่วชีวิตข้ามิเคยก้มหน้าโป้ปด! อย่างไรเสียในเมื่อท่านอยากให้ข้ายืนยันด้วยการสาบานต่อทัณฑ์สวรรค์เก้าเก้านัก ข้าก็จักทำให้ตามที่ท่านต้องการ!!”
ป๋ายลี่หงมองเฉียนคุนด้วยสายตาเฉยเมยกล่าวออกเสียงเย็น
หลังจากที่กล่าวจบ ก็จิกนิ้วหลั่งโลหิต กล่าวคำสาบานต่อทัณฑ์สวรรค์เก้าเก้าทันที
เนื้อหาคำสาบานก็ไม่มีใดอื่น…มันไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆต่อการตายจ้าวเฟิงทั้งสิ้น
เปรี๊ยง! เปรี๊ยง! เปรี๊ยง! เปรี๊ยง!
……
เมื่อเสียงอัสนีสวรรค์ลั่นดังก้องฟ้า 9 คำรบ ก็หมายความว่าสวรรค์ตอบรับสัตย์สาบานครั้งนี้แล้ว ในเมื่ออัสนีฟ้าไม่ผ่าพิฆาตลงทัณฑ์ นั่นหมายความว่าป๋ายลี่หงไม่ได้โกหก
จังหวะนี้เจียงเว่ยก็อดไม่ได้ที่จะโล่งใจ
มันล่ะกลัวใจเหลือเกินว่าป๋ายลี่หงจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จริงๆ อย่างไรเสียตอนนี้มันก็ตกที่นั่งลำบากยัก เพราะต้องมาอยู่คั่นกลางระหว่างทั้งสอง!