หกคำโตนี้เป็นไปเพื่อปกป้อง ‘ความหวังดี’ นั้น
ทุกความหวังดีไม่ควรถูกละเลย และมันเป็นสิ่งเดียวที่นางทำได้ในตอนนี้
นายท่านผู้เฒ่าซุนให้คนออกมาหา จูอู่จึงไปถามข้อมูล ทว่าสกุลซุนกลับไม่รู้เรื่องราวของ ‘สกุลเจี่ย’
ตอนที่พี่เป้าพาตัวหญิงสาวผู้นั้นไปจากบ้านสกุลจูก็ไม่ได้ส่งต่อให้สกุลซุน ‘จัดการ’ โดยตรง
เมื่อจูอู่กล่าวถึง ‘เจี่ยฮงฟาง’ ข้ารับใช้สกุลซุนก็บอก “อ๋อ ท่านหมายถึงนายท่านผู้เฒ่าเจี่ยนั่นเอง… เช่นนั้นข้าก็จำข้ารับใช้คนนั้นที่ท่านพูดถึงได้แล้ว เมื่อไม่นานมานี้นายท่านผู้เฒ่าเจี่ยกลับไปเมืองหลวงไม่ใช่หรือ? ข้าได้ยินว่าเขาไม่อยู่พักใหญ่ ภรรยาของเขาควบคุมดูแลอนุและสาวใช้ทั้งหมดในบ้าน ที่แย่ที่สุดคือครอบครัวของอนุที่ชื่อว่า ‘ชุนเหมย’ ทั้งสามคนก็หายตัวไปด้วย…”
“ทำไมข้าถึงไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน” จูอู่ชะงักก่อนถามต่อ “ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”
“นานแล้ว จากนั้นก็มีลือกันว่าอนุคนโปรดผู้นี้หนีไปพร้อมทรัพย์สิน แต่ยิ่งกว่ามีทรัพย์สินนางก็เป็นเจิ้งฝาง*[2] นางจะไม่มีเส้นสายได้อย่างไร นึกไม่ถึงว่าไม่กี่วันก่อนจะถูกส่งกลับมา เหอะเหอะ… หากนายท่านเจี่ยกลับมา นางคงถูกลงโทษเป็นแน่”
“…แล้วนายท่านของเจ้ารู้เรื่องนี้หรือไม่?” จูอู่ถาม
[1] ป้อนยาม้าตาย หมายถึง ลองอีกสักตั้งเป็นครั้งสุดท้าย
[2] เจิ้งฝาง คือ อนุภรรยาที่อยู่เรือนหลักของบ้าน