โอ้สวรรค์ เหตุใดข้าถึงได้รู้สึกว่าหลังของข้าหายดีแล้ว!
เย่อวี๋หรานลุกขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อก่อนพยายามก้าวเดิน
เดิมทีนางยังระวังอยู่บ้าง ทว่าภายหลังก็มั่นใจมากขึ้น ไม่ว่านางจะลองสักกี่รอบก็ดูท่าว่าเอวของนางจะไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างใด
ราวกับว่านางไม่เคยบาดเจ็บมาก่อน
ตอนนี้เองที่เสียงจูปาเม่ยดังมาจากนอกบ้าน “ท่านแม่ ท่านตื่นหรือยัง?”
เย่อวี๋หรานรีบกลับไปนั่งบนเตียงพลางเอ่ยตอบ “อืม ตื่นแล้ว เข้ามาสิ”
“เช่นนั้นข้าเข้าไปแล้วนะเจ้าคะ” จูปาเม่ยเดินเข้ามาช่วยมารดาหวีผม
เนื่องจากเย่อวี๋หรานเดินไม่ได้ และโต๊ะเครื่องแป้งกับข้าวของอื่น ๆ ก็วางไว้อีกฟากห้อง จูปาเม่ยจึงรับหน้าที่หวีผมและนำน้ำมาให้ ระหว่างนั้นก็พูดคุยกันตามประสาแม่ลูก
ส่วนหน้าที่เข็นเก้าอี้รถเข็นนั้นตกเป็นของบรรดาพี่ชาย
ความคิดของเย่อวี๋หรานที่จะให้ครอบครัวถังช่วยเข็นเก้าอี้รถเข็นให้นั้นนับว่าไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง
หนึ่งคือสกุลจูไม่เคยชินกับการมีข้ารับใช้ พวกเขามักทำทุกอย่างด้วยตนเอง อีกทั้งเหล่าลูกชายและลูกสะใภ้ต่างไม่คิดว่าคนอื่นจะกตัญญูได้เหมือนพวกเขา และคงไม่สามารถดูแลท่านแม่ได้ดีเท่าพวกเขาเอง
ด้วยเหตุนี้นอกจากถังเสี่ยวไห่และภรรยาที่ติดตามจูซานกลับไปเมืองผู่โซ่ว สมาชิกสกุลถังที่เหลือจึงมีหน้าที่ ‘ทำงานบ้าน’ และ ‘ใช้แรงงาน’ เท่านั้น
ผู้ชายลงเรือกสวนไร่นาไปกับพี่น้องสกุลจู ขณะที่ผู้หญิงอยู่บ้านช่วยงานสะใภ้สกุลจู
ทำให้ถังต้าไห่ถึง