“ฟ้าร้องดังชนิดที่ข้ารู้สึกว่าชีวิตนี้ไม่เคยได้ยินฟ้าร้องดังขนาดนี้มาก่อน” จูอู่ชะเง้อคอไปด้านนอกแล้วเห็นว่าเมฆครึ้มปกคลุมเหนือเขาไท่ตังแล้ว ราวกับว่าขุนเขาใหญ่โตกำลังจะถล่ม
เขาบอกให้คนอื่นมองตามแล้วถามว่าเคยพบเรื่องเช่นนี้มาก่อนหรือไม่
หลังจากถามไปทั่วก็ปรากฏว่าไม่มีใครเคยเห็น
ครืน…
เสียงฟ้าร้องยังคงดังไม่หยุด
สายฟ้าฟาดดั่งดาบสีม่วงฟันลงจากฟากฟ้า
เปรี้ยง!
มันผ่าลงบนยอดเขาไท่ตัง
จูต้าและน้อง ๆ ที่มองอยู่ย่นคอขณะหลับตาด้วยความกลัว
กานอี้เซียนทรุดลงกับพื้น เขากัดฟันกรอดด้วยความเจ็บปวด “โอ๊ย… สมกับเป็น ‘อัสนีเคราะห์’ ในตำนาน ทำข้าเจ็บเจียนตายอยู่แล้ว!”
“มิน่าเล่าถึงได้ทำให้เหล่ามารและปีศาจหวาดกลัวจนอยู่อย่างสงบเสงี่ยมในแดนสวรรค์ เจ็บเพียงนี้คงมีน้อยคนที่สามารถทานทนได้”
“ข้าจะถือว่าคราวนี้เป็นบทเรียน!”
……
ลืมตาขึ้นอีกครั้ง เมฆทะมึนก็ยังลอยอยู่บนฟ้า ทว่าเขาไท่ตังยังอยู่ดี
จูต้ากับพรรคพวกจึงได้โล่งใจขึ้นมาบ้าง
หากแต่พวกเขาไม่กล้ามองอีก ยิ่งไปกว่านั้นยังบอกให้ภรรยาพาลูกหลานเข้าไปในห้องแล้วปิดหูปิดตาไม่ให้หวาดกลัวกัน
“แล้วท่านแม่อยู่ไหน” จูซื่อมองหาแล้วไม่เห็นเย่อวี๋หราน
หลี่ซื่อตอบ “ท่านแม่อยู่เรือนหลังใหม่”
“เจ้าปล่อยให้ท่านแม่อยู่ตามลำพังหรือ!” จูซื่อตกใจ “ล้อเล่นหรือเปล่า ตอนนี้ท่านแม่เดินไม่ได้ อยู่ ๆ เกิดพายุแบบนี้หากนางกลัวคงไม่อาจวิ่งไปไหนได้ เจ้านี่มัน…”
“แต่ท่านแม่อยู่ที่นั่นทั้ง