สุดท้ายต้วนหลิงเทียนก็ส่ายหัว ก่อนที่จะโรยตัวลงมายังซากปรักหักพัง บริเวณส่วนที่พักระดับสูงของนิกาย
ใจเขารู้ดีว่าตอนนี้แม้ไม่อยากจะตรวจสอบแค่ไหน ก็จำต้องตรวจสอบ!
เขาต้องยืนยันให้ได้ว่าคู่หมั้นทั้งสองของเขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่! ยังอยู่ต้องเห็นคน ตายต้องเห็นศพ!!
ยังต้องยืนยันว่าสหายของเขาและคนที่เป็นดั่งครอบครัวเขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่
“เจ้านาย!”
ในขณะที่ต้วนหลิงเทียนโรยตัวมาเจียนถึงซากปรักหักพังส่วนที่พักชนชั้นสูงของนิกายด้วยหัวใจบีบคั้นที่แทบจะหยุดเต้นลง เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นเข้าหูต้วนหลิงเทียนทันที
และเสียงที่ดังเข้าหูนี้ของต้วนหลิงเทียน ก็เสมือนหยาดน้ำฟ้าที่ร่วงหล่นลงมายามแล้งไม่มีผิด!
“โฉดคลุมทอง!?”
ได้ยินเสียงนี้ต้วนหลิงเทียนก็บอกได้ทันทีว่าเป็นเสียงของโฉดคลุมทอง
โฉดคลุมทองนั้นก็คือ สุนัขนิรยขนทอง ที่เขารับมาอยู่ใต้อาณัติ
ครู่ต่อมาร่างโฉดคลุมทองก็ออกมาจากที่ซ่อนข้างเศษซากปรักหักพัง รีบพุ่งมาหาต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาแดงฉาน
“โฉดคลุมทอง…นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกัน?”
เสียงต้วนหลิงเทียนสั่นเครือ ตอนนี้เขาแทบควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้
“เจ้านาย ท่านมากับข้าก่อน”
หลังจากกล่าว โฉดคลุมทองก็เหินร่างนำต้วนหลิงเทียนไปยังส่วนตะวันออกของเกาะป้านเยว่ทันที ไม่นานก็บรรลุถึงเขาลูกหนึ่งในส่วนตะวันออก ก่อนที่จะเข้าไปถึงหุบเขาลึกแห่งหนึ่ง
ในหุบเขามีบ้านไม้ปลูกไว้หลายหลัง