่นางไม่อาจอยู่ข้างเขาในชาตินี้ได้…
กานอี้เซียนรั้งอยู่กินมันเทศตากแห้งและดื่มชากับเย่อวี๋หรานครู่หนึ่ง
เมื่อเขาจะกลับจึงบอกกับนาง “จูต้าเหนียง ข้ายินดีที่ได้พบกับท่านนัก!”
เช่นนั้นท่านก็ต้องมีความสุข อย่างน้อยก็จนกว่าก่อนข้าจะไปจากที่นี่!
ประโยคนั้นทำให้เสียงหัวเราะของเย่อวี๋หรานเบาลง “ข้าเองก็ยินดีที่ชีวิตนี้ได้พบเจ้า”
แม้นางทำได้เพียงมาในฐานะคนแก่ แต่การได้เห็นสิ่งสวยงามของโลกใบนี้ก็นับว่าเป็น ‘สิ่งงดงาม’ แล้ว!
ความเสียดายหนึ่งเดียวคือช่วงเวลาที่มาบรรจบกันนั้น ‘เลวร้าย’ เกินไปเล็กน้อย
ข้าเกิดก่อนเจ้า เมื่อเจ้าเกิดมาข้าก็แก่เสียแล้ว
เย่อวี๋หรานเหม่อมองกาน้ำชาที่ว่างเปล่าอยู่นาน
นางไม่มั่นใจว่าตนสะเทือนใจที่ไม่ควรหวั่นไหวหรือทุกข์ทนกับความเสียดายหลังได้พบและรู้จักกับหนุ่มหล่ออย่างกานอี้เซียนกันแน่…
เย่อวี๋หรานลูบหน้าผากตนเอง
ให้ตายเถิด เผลอคิดแบบนี้ได้อย่างไรกัน
นางอายุเข้าสี่สิบแล้ว ไม่ใช่เด็กสาววัยยี่สิบ
หากอายุน้อยกว่านี้สักหน่อยคงพอทำเนา หากได้ดูแลตนเองให้ดีอย่างชาติก่อนอาจพอเป็นความรักระหว่าง ‘พี่สาวน้องชาย’ ได้บ้าง
เฮ้อ…
ก่อนหน้านี้ไม่ต้องการมีความรัก คิดเสมอว่ายังมีเวลาอีกยาวไกล อายุยังน้อยและสามารถมีเวลาได้พบผู้คนอีกมาก แต่ผ่านไปไม่กี่ปีกลับกลายเป็น ‘หญิงแก่’ ถึงได้พบว่าตนยังโหยหาความรักที่ ‘จริงใจและเป็นนิรันดร์’
นางไม่เคยคิดว่ามันจะต้องยิ่งใหญ่ เพียงต้องการมีคนที่จะอยู่ด้