’ นั่นเอง
ในฐานะเจ้าที่ หากเขาช่วยเหลือมนุษย์ก็เท่ากับการฝ่าฝืนกฎสวรรค์และต้องถูกลงโทษ
ครืน!
เสียงฟ้าร้องดังสะเทือนเลื่อนลั่น
ผู้คนทั้งหมู่บ้านสกุลจูสะดุ้งโหยง “แดดจ้าเช่นนี้ทำไมอยู่ ๆ ถึงได้ฟ้าร้อง”
ทันใดนั้นก็เห็นสายฟ้าผ่าลง ณ ที่แห่งหนึ่งบนเขาไท่ตัง
เปรี้ยง!
กานอี้เซียนที่อยู่ในศาลเจ้าถูกฟ่าผ่าเข้าอย่างจังจนทั้งตัวไหม้เกรียม
กานอี้เซียนคิดในใจ ‘หรือวันนี้เทพสายฟ้าจะทะเลาะกับภรรยา ถึงได้โมโหร้ายเช่นนี้!’
ครั้งเดียวยังไม่เพียงพอ ยังมีตามมาอีกระลอก
ครืน!
เปรี้ยง!
ผืนฟ้าที่เคยเปิดโล่งกลับมีกลุ่มเมฆทะมึนบดบังพร้อมสายฟ้า
ชาวบ้านหมู่บ้านสกุลจูที่ทำงานอยู่ในไร่รีบเก็บของแล้วเร่งฝีเท้าเดินกลับบ้าน
“ให้ตายเถิด นี่มันอะไรกัน เทพเจ้ากำลังพิโรธหรือ? เหตุใดถึงได้ฟ้าร้องฟ้าผ่าเช่นนี้”
“เฮ้อ… พูดเหลวไหลอะไร ก็แค่ฝนกำลังจะตก ฟ้าฝ่าดังกว่านี้ยังนับว่าปกติ” คนข้างตัวหันมองค้อนเขาและไม่ปล่อยให้เขาพูดจาไร้สาระอีก
คนผู้นั้นรู้ตัวว่าผิดจึงรีบถอนคำพูด “ข้าปากเสียแล้ว ถุย ๆๆ…”
ตบปากตนเองไปไม่กี่ครั้งก็รีบบอกว่าเป็นเพียงการกล่าวล้อเล่น เทพเจ้าไม่ควรถือเป็นจริงเป็นจังและส่งบทลงโทษมาจริง ๆ
หลี่ซื่อไปดูซานเป่า ซื่อเป่า หลินซานเม่ย และหลินซื่อเม่ย ก่อนรีบวิ่งไปหลังบ้านเพื่อเข็นเย่อวี๋หรานเข้ามาในบ้าน
“ท่านแม่ อยู่ ๆ อากาศก็แปรปรวน ท่านไม่ควรอยู่ด้านนอก หากฝนตกแล้วเปียกคงไม่ดี…”
ระหว่างนั้นนางก็รีบเก็บข้าวของ