ุญ ต่อให้นายจะคุกเข่าขอร้องให้ฉันกลับไป ฉันก็ไม่เหลียวแลหรอก ฉะนั้นอย่ามั่นใจไปหน่อยเลย”
‘ปัง!’ เฝ่ยเฉิงมองประตูที่ปิดลง สีหน้าพลันเปลี่ยนเป็นสีม่วง และแววตาก็เต็มไปด้วยความอับอาย
ความถือตัวอันอวดดีของเด็กหนุ่มถูกคนเหยียบย้ำอย่างหนัก
เขาจึงกลับไปที่ห้องผู้ป่วยของเฝ่ยชิงรั่วด้วยความงุนงง
ทุกคนในครอบครัวเฝ่ยอยู่ที่นั่น คุณเแม่เฝ่ยเห็นเฝ่ยเฉิงกลับมาคนเดียว พลันสีหน้าก็ถมึงทึงขึ้นมา “นังนั่นอยู่ที่ไหน ทำไมเธอไม่กลับมาพร้อมลูก?”
เฝ่ยเฉิงเกลียดที่ถูกเฝ่ยมาตบครั้งนั้น ดังนั้นไม่กี่วันมานี้เขาจึงไปอยู่บ้านเพื่อน
ถ้าไม่ใช่เพราะเฝ่ยชิงรั่วเกิดเรื่อง เขาก็คงไม่กลับมา
พอเดินเข้ามาในห้องผู้ป่วย แล้วถูกถาม เขาก็กลั้นใจตอบเสียงอู้อี้ “เธอไม่ยอมบริจาคอวัยวะ และเตะผมออกมา”
“ลูกหมายความว่ายังไง? ฉันเป็นคนให้เด็กนั่นเกิดมานะ แค่ขอให้เธอบริจาคไขกระดูกแล้วจะทำไม” คุณแม่เฝ่ยโกรธจัด และคิดว่า เฝ่ยไป๋ลู่เป็นพวกไม่รู้ว่าอะไรควร อะไรไม่ควรจริง ๆ
แค่บริจาคไขกระดูกให้กับชิงรั่วได้ก็ถือว่าดาวหายนะอย่างเธอมีบุญโขแล้วแท้ ๆ
ถ้ารู้แบบนี้ตั้งแต่แรก เธอคงไม่ให้กำเนิดดาวหายนะที่ดีแต่ทำร้ายคนอื่นออกมา หรือตอนมันเกิดมา เธอก็น่าจะบีบคอให้มันตาย ๆ ไปซะ!
เฝ่ยชิงรั่วไม่เห็นเฝ่ยไป๋ลู่เข้ามา ดวงตาก็แสดงความผิดหวัง
เธอไอสองสามครั้ง ใบหน้าซีดเซียวดูอ่อนแออย่างมาก
เฝ่ยอวี้ได้รับการสอนมาตั้งแต่เด็กว่า ถ้าน้องสาวป่วยเขาก็ต้องปกป้