้องไห้ออกมา
“แบบนี้มันได้หรือพี่รอง” จูซื่อคร่ำครวญบอก “ท่านต่อต้านหน่อยไม่ได้หรือ ดูท่านสิ ดูเราสิ… คิดว่าเป็นพ่อคนแล้วอย่างเราจะเขียนหนังสือได้มากมายแค่ไหนกัน”
จูซานพูดแทรก “ข้าเขียนได้”
“พี่สามย่อมทำได้อยู่แล้ว ท่านตามเจ้าเจ็ดไปร่ำเรียนข้างนอกจึงรู้มากกว่า แล้วพวกเราเล่า…” จูอู่ท้วง “หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินอย่างเราจะมีเวลาไหนไปเรียนหนังสือกัน”
“ท่านคิดว่าอยู่ข้างนอกแล้วสบายหรือ ทำไมไม่ลองสลับกันดูเล่า”
“เหอะ! ช่างเถอะ ข้าไม่กล้าแย่งหน้าที่ที่ท่านแม่มอบให้ท่านหรอก”
……
หลังสั่งสอนลูกชายเสร็จสิ้นก็ถึงคราวต้องอบรมบรรดาลูกสะใภ้
เย่อวี๋หรานบอกพวกนางว่าหากต้องการ ‘คุม’ สามีให้อยู่หมัด ไม่ใช่ต้องคอยกันหญิงอื่นรอบตัวเขา แต่ต้องเริ่มต้นจากสามีของตนเอง
ขอบเขตอยู่ที่ใดต้องบอกเขาให้ชัดเจน สิ่งนั้นจะได้ไม่เกิดขึ้นแล้วต้องเสียใจยามสายเกินแก้
อย่างเรื่องของหลิวซื่อนั้นโชคดีที่เปี้ยนชิวอิ่งอุ้มท้องลูกคนอื่น หากเป็นลูกของจูเอ้อร์จริงแล้วจะทำอย่างไร
“กำจัดไปก็ได้ไม่ใช่หรือ?” หลิวซื่อเอ่ย
เย่อวี๋หรานตวัดสายตาเย็นชาจ้องเขม็ง “หากกำจัดคนหนึ่งแล้วเจ้าตามกำจัดทุกคนไม่ให้พลาดสักคนได้หรือไม่ หากฆ่าคนอื่นเข้าจะทำอย่างไร ตอนนี้เจ้ามีอู๋เป่าแล้ว ควรคิดถึงเขาให้มากไม่ใช่หรือ เคยเห็นครอบครัวปัญญาชนไหนทำเรื่องเลือดเย็นโหดเหี้ยมบ้าง”
“แล้ว… ต้องทำอย่างไรเล่า?” หลิวซื่อย่นคอด้วยความกลัว
“ซื่อบื้อนัก! ข้าเพิ่งบอกไปว