เย่อวี๋หรานยกตนเป็นตัวอย่าง “อย่างข้าเอง ตอนนี้พวกเจ้าก็ปฏิบัติตามกฎของข้าอยู่ไม่ใช่หรือ แม้จะไม่ได้ร่ำรวยนัก แต่ตอนนี้พูดได้เต็มปากหรือว่าข้าไม่ได้มีความเป็นอยู่ที่ดี”
บรรดาหญิงสาวในห้องอึ้งไปครู่หนึ่ง ใช่แล้ว คนในครอบครัวทำตามกฎของท่านแม่มาตลอดไม่ใช่หรือ
“แน่นอนว่าหลักการนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และไม่สามารถกำหนดตายตัวได้ มีบ้างที่ต้องยืดหยุ่น และการใช้วิธีละมุนละม่อมแก้ปัญหาก็ไม่ใช่เรื่องแย่” นางกล่าวสำทับ “ข้าเป็นหัวหน้าสกุลจูจึงเป็นสิทธิ์ของข้า แต่สำหรับคนที่ยังไม่แต่งงาน เจ้าแต่งงานเข้าสกุลใด ครอบครัวสามีเจ้ามีกฎอย่างไรไม่อาจรู้ได้ เมื่อเข้าสกุลพวกเขาแล้วสิ่งแรกที่ควรทำคือการยอมโอนอ่อนบ้าง แต่ก็เพื่อศึกษาสถานการณ์ของฝ่ายสามีเจ้า ค่อยตัดสินใจหาวิธีเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่เจ้าต้องการ ไม่ว่าจะแมวขาวหรือแมวดำ ขอเพียงจับหนูได้ก็นับว่าเป็นแมวที่ดี”
ว่าจบเย่อวี๋หรานก็ให้พวกนางเขียน ‘จดหมายทบทวนความคิด’ เช่นกัน
เหล่าสะใภ้และหญิงสาวสกุลจูที่ได้ฟังคำนางต่างอารมณ์ดีและคิดบางอย่างได้ “…”
แน่นอนว่าพวกนางด่วนดีใจเร็วเกินไป
ไม่นานทั้งชายหญิงสกุลจูก็ไม่สามารถสนใจเรื่องเปี้ยนชิวอิ่งได้อีก แต่ละคนต้องเขียน ‘จดหมายทบทวนความคิด’ ให้เสร็จสิ้น
พวกเขาปรึกษาหารือแลกเปลี่ยนความคิดกัน เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหา ปัญหาอยู่ที่จะเขียนออกมาได้อย่างไรต่างหาก
ไม่มีหนทางอื่น บรรดาผู้ใหญ่มีแต่ต้องไปขอความช่วยเหลือจา