“ถึงเรื่องนี้จะไม่ได้สำคัญกับข้าเท่าไร แต่ข้าต้องขอขอบคุณท่านผู้อาวุโสอีกครั้งสำหรับความหวังดี”
ได้ยินคำกล่าวเตือนของชายชรา ต้วนหลิงเทียนประสานมือเขย่าเบาๆ พร้อมยิ้มกล่าวแสดงความขอบคุณ
“ไม่สำคัญรึ?”
ชายชราอึ้งค้างไปทันใด ยังมองต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาสงสัย
“ในสำนักมิใช่มีกฏที่ว่าศิษย์ฝ่ายในไม่ได้รับอนุญาตให้ออกมารังแกศิษย์ฝ่ายนอกโดยเด็ดขาดมิใช่หรือไร…เช่นนั้นแล้วไม่ว่ามันจะเป็นสู่เซียนขั้นต้น ขั้นกลาง หรือกระทั่งขั้นเชี่ยวชาญก็เท่านั้น มันกล้าลงมือเล่นงานข้าหรือ?”
ต้วนหลิงเทียนหัวเราะ
ชายชราอึ้งไปอีกรอบ “ที่แท้เจ้าคิดเช่นนี้นี่เอง…แต่หากเจ้าคิดเช่นนี้ เช่นนั้นเจ้าพลาดแล้ว!”
“หืม?”
ต้วนหลิงเทียนที่ได้ยินคำนี้อดไม่ได้ที่จะสงสัย
“ที่ตั้งของศาลาอุทิศนั้น ตั้งอยู่ระหว่างรอยต่อระหว่างฝ่ายในกับฝ่ายนอก กล่าวกันตรงๆมันมิได้ถือว่าเป็นเขตของฝ่ายในหรือฝ่ายนอก”
ชายชรากล่าวอธิบาย “ศิษย์ฝ่ายในสามารถลงมือสั่งสอนศิษย์ฝ่ายนอกที่นี่ได้เพราะมิถือว่าออกจากฝ่ายในไปรังแกคนที่ฝ่ายนอก…ทำให้ขอเพียงไม่ทำร้ายถึงขั้นพิการตายตก ก็ไม่นับว่าผิดกฏรังแกผู้อ่อนด้อยกว่าแต่อย่างใด…”
“อ้อ แบบนี้นี่เอง…ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ นับว่าข้อมูลนี้ของผู้อาวุโสสำคัญกับข้าแล้วจริงๆ”
ต้วนหลิงเทียนเองก็ไม่คิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้ด้วย แต่อย่างไรเขาก็ต้องขอบคุณชายชราอีกครั้ง