เดิมทีตอนที่เขามีเรื่องราวกับศิษย์ฝ่ายในผู้นั้น เขาก็เตรียมพร้อมรับมือการล้างแค้นจากอีกฝ่ายอยู่แล้ว
แต่ก็จริงที่ตอนแรกเขาคิดว่า อีกฝ่ายคงไม่กล้าลงมือทำอะไรเขา เพราะเขาเป็นศิษย์ฝ่ายนอกแต่มันเป็นศิษย์ฝ่ายใน
ตราบใดที่เขายังไม่เป็นศิษย์ฝ่ายใน เขาก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องที่อีกฝ่ายจะลงมือ
ตอนนี้พอได้ฟังวาจาที่ชายชรากล่าวบอก จึงได้รู้ว่าศาลาอุทิศแห่งนี้กลับมีข้อยกเว้นอะไรเรื่องสถานที่ตั้งแบบนี้ ทำให้ไม่ถือว่าเป็นเขตของฝ่ายในฝ่ายนอก จึงไม่ถูกกฏของสำนักคุ้มครอง นั่นทำให้เขากังวลขึ้นมาอยู่บ้าง
“สู่เซียนขั้นต้นงั้นเหรอ?”
แต่อย่างไรเสีย พอทราบว่าพลังฝึกปรือของศิษย์ฝ่ายในผู้นั้นเพียงบรรลุสู่เซียนขั้นต้น ความกังวลเล็กน้อยของต้วนหลิงเทียนก็มลายหายไปไม่มีเหลือ…
หลังจากออกจากชั้น 4 ของศาลาอุทิศแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็เดินลงบันไดไปยังชั้น 3 ของศาลาอุทิศ
และในขณะที่เขากำลังจะผ่านลงไปยังชั้น 2 ชายวัยกลางคนที่โต๊ะรับรองชั้น 3 คนหนึ่งก็กล่าวถามหยุดเขาเอาไว้ก่อน “เฮ่! เจ้าหนุ่มเจ้าคือต้วนหลิงเทียนรึ?”
ในสายตาของผู้ดูแลคนนี้เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นไม่น้อย
สหายข้างกายของมัน ก็อยากรู้เรื่องนี้ไม่น้อยไปกว่ามัน
เห็นได้ชัดว่าพวกมันพอจะเดาตัวตนของต้วนหลิงเทียนได้บ้าง แต่ยังไม่กล้าปักใจเชื่อทั้งหมด
“ใช่”