“ฮัยยาศิษย์น้อง…หากเจ้าไม่รู้จักพวกมัน เจ้าอย่าได้เรียกมันว่าขยะสิ! นี่ของดีๆทั้งนั้นเลยนา ขยะอะไรที่ไหนเล่า!?”
ศิษย์ฝ่ายในกล่าวออกด้วยสีหน้าจริงจัง “นอกจากนี้เจ้าบอกเองนี่ว่าของแถมจะอะไรก็ได้ อย่าได้บอกข้าเชียวว่าเจ้าเสียใจ”
“ถูก ข้าเสียใจขึ้นมาจริงๆแล้วเนี่ย ข้าก็รู้อยู่แล้วว่าพ่อค้าเช่นท่านเขี้ยวลากดิน…แต่ไม่คิดเลยว่าท่านจะตระหนี่กับศิษย์น้องอย่างข้าได้ลงคอ”
ต้วนหลิงเทียนเผยยิ้มขื่นขม
“วิญญูชนตกลงซื้อขายเสร็จสิ้นไม่พลิกลิ้นกลับคำ ศิษย์น้องเจ้าตกลงซื้อแล้วนา เจ้าไม่อาจเปลี่ยนใจได้แล้ว…”
ศิษย์ฝ่ายในกล่าวกระตุ้นเตือนออกมาอย่างระวัง
ต้วนหลิงเทียนถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง ก่อนที่จะหยิบๆจับๆของที่ตั้งอยู่ตรงมุมแผง
ทันทีที่เขาหยิบเศษหินหนี่วาขึ้นมา ใจเขาก็เต้นผิดจังหวะไปทันใด หากแต่เขายังสงบจิตใจและทำเป็นวางมันลงกลับไป และไปหยิบชิ้นอื่นพลิกๆแล้ววางลง ทำเช่นนี้จนครบทุกชิ้น
“ดูเหมือนจะไม่มีอะไรดีๆเลย…”
ต้วนหลิงเทียนขมวดคิ้วกล่าว
หลังจากได้ยินคำบ่นของตค้วนหลิงเทียน ศิษย์ฝ่ายในเจ้าของแผงก็ลอบหัวเราะเยาะในใจ หากพวกมันเป็นของดีพี่จะให้เจ้าเลือกหยิบรึ!?
“ช่างเถอะ สุ่มๆเอามาสักอันแล้วกัน”
หลังจากนั้นต้วนหลิงเทียนก็ยื่นมือไปหยิบหินหนี่วามาด้วยท่าทางราวสุ่มหยิบอย่างขอไปที ค่อยกล่าวกับศิษย์ฝ่ายใน “พี่ชาย งั้นข้าเอาหินแปลกๆนี่แล้วกัน ท่านไม่มีปัญหาอะไรแล้วนะ”