“ถ้าเป็นข้า เมื่อแพ้ก็ต้องยอมรับว่าแพ้ถึงแม้จักไม่เต็มใจเพียงใดก็ตาม…อาวุโสหวง หากท่านข่มขู่ต้วนหลิงเทียนเช่นนี้จริงๆ ข้าว่าท่านต้องไปอบรมบ่มนิสัยที่โถงคุมกฏสักหน่อยแล้ว”
อาวุโสฝ่ายนอกอีกคนได้ทีก็กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
หลังจากได้ยินวาจาเสียดสีทั้งตำหนิจากเหล่าอาวุโส หวงเฉิงถึงกับหัวร้อน โพล่งคำออกมาอย่างฉุนเฉียว “คนยืนพูดมิปวดเอว!” หลังจากนั้นมันก็หันไปจ้องต้วนหลิงเทียปานจะกินเลือดเนื้อ “ต้วนหลิงเทียน! เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงได้กล่าววาจาใส่ร้ายข้าเช่นนี้ ถึงแม้ 360,000 คะแนนอุทิศจักมิใช่น้อย แต่ข้าก็มิได้ติดใจอันใดขนาดนั้น”
เมื่อถูกฝูงชนเพ่งเล็งทั้งคล้ายกำลังจะรุมประณามมันเต็มที หวงเฉิงแน่นอนว่าย่อมไม่กล้ารับ
หาไม่แล้วตำแหน่งอาวุโสฝ่ายนอกของมันคงได้หลุดลอยแน่แท้!
“ใส่ร้าย?”
ต้วนหลิงเทียนแสยะยิ้มเย็น “อาวุโสหวงเฉิง ข้าท่านไม่เคยรู้จักมักคุ้นอะไรกันมาก่อนจนถึงเมื่อวาน…ทำไมข้าต้องไปใส่ร้ายท่าน? ที่ท่านฉุนเฉียวอยู่นี่…อย่าได้บอกข้าเชียวว่าทั้งหมดเป็นเพราะคะแนนอุทิศที่ท่านทุ่มแทงเดิมพันกับข้ามา 360,000 แต้มเมื่อวาน…”
“อันที่จริงข้าคิดว่ากับอีแค่ 360,000 คะแนนอุทิศที่ท่านเสียไปคงไม่ถือว่ามากมายอะไร… เพราะหากเทียบกับผู้ดูแลเติ้งเหว่ย ที่ต้องทุกข์ระทมเพราะเสียไป 150,000 คะแนนอุทิศ และจำนวนดังกล่าวนั้นแทบจะเป็นทั้งหมดที่มีด้วยซ้ำ แต่กระทั่งผู้ดูแลเติ้งที่แทบหมดตัวยังไม่ขู่ข้าเลย…”