“ท่านหมายความว่าอย่างไร ยังจะใส่ความว่าข้าโกหกสกุลจูหรือ?”
“ข้าไม่ได้บอก เจ้าพูดออกมาเอง”
เปี้ยนชิวอิ่งกัดฟันกรอด “ท่านมันหน้าไม่อาย ต่อให้ท่านไม่พูดแล้วคิดว่าข้ารู้ไม่ทันท่านหรือ ท่านเพียงต้องการปัดภาระให้พ้นตัว ข้าจะบอกท่านให้ คิดดูให้ดี… ครอบครัวท่านซื้อต้นพริกมาจากพ่อข้าชัด ๆ ก่อนหน้านี้ลูกชายกับสะใภ้ของท่านก็ยอมรับออกมาเอง…”
“เช่นนั้นก็แปลว่าเจ้าถามพวกเขาว่าซื้อมาจากไหนหรือ?” เย่อวี๋หรานตั้งข้อสงสัย “พวกเขาคงบอกว่าข้าซื้อมาใช่ไหม แต่ว่าข้าไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วยซ้ำ เจ้าถามพวกเขาแล้วพวกเขาจะรู้ได้อย่างไร คนที่ซื้อคือข้า เช่นนั้นก็ควรมาถามข้า หากข้าบอกว่าไม่ก็คือไม่… เหตุผลชัดเจนออกอย่างนี้เจ้ายังไม่เข้าใจอีกหรือ หากเจ้าบอกว่าข้าซื้อมาจากพ่อเจ้าก็แสดงหลักฐานมา ไร้หลักฐานมันก็กลายเป็นเพียงคำพูดเลื่อนลอยเพื่อใส่ความกันเท่านั้น”
“ท่าน!…” เปี้ยนชิวอิ่งชี้หน้าอีกฝ่ายด้วยความโมโหจนพูดไม่ออก
หญิงบ้านนอกก็คือหญิงบ้านนอกอยู่วันยังค่ำ เจ้าเล่ห์เพทุบายไปเรื่อย
“ต่อให้เรื่องไปถึงหูนายอำเภอข้าก็จะพูดเช่นเดิมอยู่ดี” เย่อวี๋หรานเอ่ยสำทับราวกับจงใจยั่วโมโหเปี้ยนชิวอิ่ง
แม้จะกำลังโกรธ ทว่าเปี้ยนชิวอิ่งก็ระลึกได้ว่าอีกฝ่ายพูดถูก นางเองไม่มีหลักฐานจึงไร้หนทางพิสูจน์ว่าสกุลจูซื้อต้นพริกมาจากบิดาของนาง
อีกทั้งสถานะ ‘อนุหลบหนี’ ของตนเองยังทำให้ยากที่ผู้คนจะเชื่อว่าคำพูดจากปากนางเป็นเรื่องจริง
สมาชิกสกุล