เย่อวี๋หรานยกมือสั่งให้พวกเขาหยุด นางเลิกคิ้วใส่เปี้ยนชิวอิ่ง “นายท่านเจี่ยอย่างนั้นหรือ?”
“ใช่ นายท่านเจี่ย นายท่านเจี่ยฮงฟางแห่งสกุลเจี่ยในตำบลอันจิ่ว” เปี้ยนชิวอิ่งคิดว่าอีกฝ่ายกลัวจึงเชิดหน้าขึ้นกล่าวด้วยความภาคภูมิใจ “ขอเพียงไปถามกับสกุลเจี่ย แทบไม่มีใครไม่รู้จักข้า ชุนเหมย อนุคนโปรดของนายท่านเจี่ย… ยังไม่รีบปล่อยข้าอีกหรือ!”
“ในเมื่อเจ้าเป็นอนุคนโปรด เหตุใดถึงได้กลายมาเป็น ‘อนุหลบหนี’ ได้?” เย่อวี๋หรานทำท่าไม่เชื่อ “เจ้าคงไม่ได้โกหกข้าหรอกใช่ไหม?”
เปี้ยนชิวอิ่งอับอายอยู่บ้าง นางจะมีหน้าเอ่ยว่าตนเอง ‘ไม่เป็นที่โปรดปราน’ แล้วได้อย่างไร
ทว่านางจะคาดคิดได้อย่างไรว่าวันนั้นอยู่ ๆ นายท่านเจี่ยจะโกรธ เขามักไม่ลงรอยกับฮูหยินเจี่ย ทั้งยังชมเชยนางว่าเป็น ‘เจ้าคนหลักแหลม’ รวมถึงผสมโรง ‘กล่าวถึง’ ฮูหยินเจี่ยเสีย ๆ หาย ๆ
ตอนนั้นเขาปฏิบัติกับนางดีเพียงไหน ต้องการสิ่งใดล้วนให้สิ่งนั้น ไม่รู้ว่ายามนั้นมีอำนาจล้นเหลือมากเพียงไหน
“ทำไม เจ้าไม่กล้าพูดหรือ?” เย่อวี๋หรานเอ่ย “เพียงแค่มองข้าก็ดูออก เจ้าคงละเมิดกฎจนทำให้ภรรยาของนายท่านเจี่ยไม่พอใจถึงได้ถูกกำจัด เมื่อมาอยู่กับครอบครัวเราจึงรู้จักเข้าหาเจ้ารองเพื่อก่อเรื่องวุ่นวายเช่นนี้ เมื่อครั้งเจ้าอยู่สกุลเจี่ยก็คงไม่ต่างกัน น่าแปลกยิ่งนักที่ฮูหยินเจี่ยยังทนเจ้าอยู่ได้”
“เอาละ ในเมื่อเจ้ามาจากสกุลเจี่ยและไม่ต้องการเป็นอนุของครอบครัวข้า ข้าก็ทำได้