“จึกๆๆ…ฮัยยา ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมเจ้าถึงติดอันดับในรายนามปฐพีอะไรนั่นได้! เจ้ามันความอดทนสูงจริงๆ ถึงกับยอมอดทนกล้ำกลืนขบเคี้ยวฟันแทบแตก ดีกว่าถอยหลังไปไม่กี่ก้าว…”
กลางลานฝึกซ้อม ต้วนหลิงเทียนที่กลับมามีสีหน้าปกติ พลันกล่าวออกด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ สายตายังชมมองเฝิงฟ่านปริบๆ ทำหน้าทำตาชื่นชมอยู่บ้าง
ด้วยมีเสียงต้วนหลิงเทียนดังขึ้นชี้นำเช่นนี้ ความสนใจของทุกผู้คนพลันกลับไปอยู่ที่เฝิงฟ่านทันที
“หืม? มิใช่ว่าสีหน้าศิษย์พี่เฝิงเริ่มมิค่อยสู้ดีขึ้นมาแล้วหรือไร?”
“เรื่องที่ศิษย์พี่ต้วนกล่าวมันจริงหรือไม่…นั่นศิษย์พี่เฝิงฝืนทนอยู่ แทนที่จะถอยหลังไปงั้นหรือ?”
มีคนที่เอะใจอยู่แค่ไม่กี่คน
“อั๊คคค!!”
เมื่อถูกต้วนหลิงเทียนแฉความต่อหน้าทุกผู้คน และสังเกตเห็นว่ามีคนเริ่มสงสัย กระทั่งสุดท้ายต่างก็มองมาที่มันด้วยสายตาอยากรู้ ในที่สุดเฝิงฟ่านก็รู้สึกเสมือนเลือดลมตีกลับ อดไม่ได้จำต้องกระอักออกมาคำใหญ่!
เมื่อโลหิตสาดกระจายรดพื้น ก็คล้ายความอัดอั้นได้รับการระบาย สีหน้ามันดีขึ้นเล็กน้อย
เห็นฉากดังกล่าวผู้คนก็เงียบไปปานคนตาย
จังหวะนี้หากพวกมันยังคิดว่าเมื่อครู่เฝิงฟ่านมีเปรียบ พวกมันก็ใช้ชีวิตมาได้ไร้ค่ายิ่งกว่าสุนัขแล้ว
“ต้วน! หลิง! เทียน!!”
มองต้วนหลิงเทียนอีกครั้ง สายตาเฝิงฟ่านก็ปานจะกลืนกิน!
หากกล่าวว่าตอนแรกนั้นมันคิดฆ่าต้วนหลิงเทียนเพราะคำร้องขอของโจวฉีล่ะก็…