เห็นในเรือนมีคนอยู่มากมาย จึงมาที่ข้างกายเฟิ่งจิ่ว “เหตุใดยังไม่สวมมงกุฎหงส์อีก เร็ว นำมงกุฎหงส์มา ใกล้ถึงเวลาแล้ว คนรับเจ้าสาวมาถึงข้างนอกแล้ว”
ตอนนี้เด็กๆ ถูกไล่ออกไปจนหมด พวกเยี่ยจิงในเรือนรีบช่วยนางสวมมงกุฎหงส์ ก่อนตรวจดูตั้งแต่หัวจรดเท้าว่ามีข้อบกพร่องอะไรหรือไม่
“หมวกคลุมหน้านี้ไม่ต้องใช้แล้ว” เฟิ่งจิ่วยิ้มกล่าวพร้อมมองที่พวกนาง “บนมงกุฎหงส์มีม่านไข่มุก เท่านี้ก็ใช้ได้แล้ว”
“ไม่ต้องใช้หมวกคลุมหน้า? ข้าเหมือนจะไม่เคยได้ยินมาก่อนนะ! เจ้าสาวออกเรือนต้องสวมหมวกคลุมหน้าด้วย” ซั่งกวนหวั่นหรงกล่าว อดมองไปทางซู่ซีไม่ได้
ซู่ซีมองแล้วยิ้ม “ตามใจนางเถอะ! เดิมทีนางก็ไม่ใช่คนธรรมดาอยู่แล้ว งานแต่งงานย่อมไม่จำเป็นต้องทำตามคนทั่วไป ยิ่งไปกว่านั้น ที่นางพูดก็ถูกต้องเช่นกัน บนมงกุฎหงส์นี้มีม่านไข่มุก ปิดบังเอาไว้กึ่งหนึ่งแล้ว งดงามนัก”
เห็นนางพูดเช่นนั้น ซั่งกวนหวั่นหรงจึงค่อยพยักหน้า เฟิ่งจิ่วลุกขึ้นยืนแล้วกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “หงส์ไฟเห็นพวกเขามาแล้วบินวนอยู่ข้างนอกเช่นกัน มังกรเขียวของโม่เจ๋อก็มาด้วย หนึ่งมังกรหนึ่งหงส์อยู่ข้างนอก ต่างฝ่ายต่างขับเน้นกันและกัน”
“ยายหนูเฟิ่ง เจ้าเตรียมตัวดีแล้วใช่หรือไม่” เสียงของ