าอยู่ในเรือนไม่ใช่หรือ” เฟิ่งซานหยวนที่กำลังร้อนใจเอ่ยถามเหลิ่งซวงที่อยู่ข้างๆ
สีหน้าของเหลิ่งซวงในตอนนี้ซีดเผือดอยู่บ้าง มุมปากมีเลือดไหลออกมาเล็กน้อย นางสูดลมหายใจเข้าก่อนกล่าวกับเฟิ่งซานหยวน “เดิมทีข้าอยู่ในเรือน ทว่าทันใดนั้นแรงกดดันและกระแสปราณมหาศาลก็ผุดออกมาจากในเรือน ข้าอยากเข้าไปดู ทว่ากลับถูกดีดออกมานอกเรือน เกิดอะไรขึ้นข้าเองก็ไม่รู้แน่ชัด แต่ระหว่างนี้ไม่มีใครอื่นเข้าไปข้างใน”
ฟังดังนั้นแล้ว หัวคิ้วของทุกคนพลันขมวดเข้าหากัน ไม่มีคนนอกเข้าไปแล้วจู่ๆ จะเกิดเรื่องขึ้นได้อย่างไร? แท้จริงเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?
ด้วยอารามร้อนใจจึงคิดอยากเข้าไปดู ทว่ากลับไม่อาจเข้าใกล้ได้เพราะพลังมหาศาลนั้น ทำได้เพียงคอยอยู่ข้างนอก
เมื่อโม่เฉินเข้ามาในเรือนก็ต้องตกตะลึงเพราะกลิ่นอายและแรงกดดันที่ตลบอบอวลไปทั่ว ตอนเขามาถึงข้างในและเห็นเฟิ่งจิ่วที่อยู่บนเตียง หัวคิ้วพลันขมวดเป็นปม เร่งฝีเท้าก้าวไปข้างหน้า
“อาจิ่ว! อาจิ่วตื่น!”
เขาเรียกพลางเขย่าร่างนางอย่างเบามือ ทว่านางกลับไม่รู้สึกตัว เห็นเพียงสีหน้าที่ซีดขาวแลดูเจ็บปวด ราวกับว่ากำลังเผชิญหน้ากับเรื่องที่น่าเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่ง
“อาจิ่ว! ตื่น!”
เขารียก