ต่อไป แต่ยังคงไม่ได้ผลเลยสักนิด เดิมทีคิดว่านางกำลังฝึกวิชาอะไรสักอย่าง ทว่าดูจากสถานการณ์ตอนนี้แล้วเหมือนกำลังฝันร้ายมากกว่า ฝันร้ายแบบไหนกันที่กักขังนางเอาไว้ อีกทั้งยังทำให้นางเจ็บปวดได้ขนาดนี้
เห็นสองมือนางกำเป็นหมัดแน่น สีหน้าดิ้นรนและเจ็บปวด เขายิ่งกังวลว่าหากเป็นเช่นนี้ต่อไป นางต้องถูกธาตุไฟเข้าแทรกจิตมารรบกวนจนต้องตายเป็นแน่ เขารับประคองนางลุกขึ้นทันที ก่อนนั่งขัดสมาธิอยู่ข้างหลังนาง สองมือควบแน่นกลิ่นอายในร่างกาย
แสงสีทองกลุ่มหนึ่งปะทุขึ้นกลางฝ่ามือเขา ปราณพลังวิญญาณสีทองนี้แผ่จากฝ่ามือเขาก่อนส่งเข้าไปในร่างกายของนาง พยายามสงบปราณโสมมน่ากลัวบนกายนาง
“อาจิ่ว ตื่น! อาจิ่ว!”
เฟิ่งจิ่วเพียงรู้สึกว่ามีเสียงเป็นห่วงร้อนใจเรียกนางอยู่ที่ข้างหู เสียงนั้นกลบเสียงในห้วงสมองของนาง ในร่างกายรู้สึกถึงปราณพิสุทธิ์สายหนึ่งกำลังไหลเวียน ปราณโสมมบนกายนางค่อยๆ หดหายไป เสียงข้างหูค่อยชัดเจนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้นางสงบใจได้โดยพลัน
“อาจิ่ว ข้าเอง โม่เฉิน อาจิ่ว เจ้าตื่นเถอะ….”
เมื่อได้ยินเสียงนั้น นางพลันลืมตาขึ้น กระแสปราณบนร่างกายไหลเวียน ก่อนจะถูกดีดออกไปโดยสัญชาตญาณ
“พรวด!”
……….