อง ไม่จำเป็นต้องเขินอาย”
เห็นดังนั้นแล้ว หวันเหยียนสือซานจึงพยักหน้า “ก็ได้ เช่นนั้นพวกเจ้าตามสบายเถอะ” พูดแล้วเขาก็ฮัมเพลงเสียงเบา เดินโซเซกลับไป
หลังจากเขาไปแล้ว ตู้ฝานค่อยมองเหลิ่งซวงและห้าวเอ๋อร์ “พวกเจ้าก็อยากเดินเล่นที่ป่าท้อเหมือนกันหรือ”
“อืม” เหลิ่งซวงตอบรับ ไม่ได้พูดอะไรมาก
ห้าวเอ๋อร์กลับเอ่ยขึ้น “ข้าอยากไปดูผลท้อ”
“ในเมื่อเป็นเช่นนั้นก็ไปด้วยกันเถอะ!” ตู้ฝานยิ้ม หันมองไปมองทุกคนข้างหลัง ถามว่า “พวกเจ้าคิดว่าอย่างไร”
“ข้าเพิ่งเคยมาที่นี่ครั้งแรก อยากชมความงดงามของที่นี่ มีพวกเจ้าเดินเล่นเป็นเพื่อนย่อมดีที่สุด” กู้เซียงอี๋กล่าว
อี้ซิวหรั่นมองไปรอบๆ “ข้าเดินเล่นเรื่อยเปื่อยก็พอ พวกเจ้าไปเถอะ!” เขาไม่ได้สนใจป่าท้อสักเท่าไร เทียบกับไปดูดอกท้อและผลท้อ เขาหาที่นั่งลงดื่มสุราดีกว่า
“ตอนพวกข้าสี่คนกลับมาเคยมาเที่ยวแล้ว พวกข้าขอตัว” ซ่งหมิงยิ้มกล่าว
“ข้าก็เหมือนกัน” ต้วนเยี่ยและลั่วเฟย ไปจนถึงหนิงหลางสามคนตอบรับ
ฟังดังนั้นแล้ว เหลิ่งซวงพลันชะงัก สายตาของกู้เซียงอี๋วาววาบ ก่อนจะยิ้มให้เหลิ่งซวงแล้วกล่าว “รบกวนแล้ว”
เหลิ่งซวงพยักหน้าเล็กน้อย คราวนี้ค่อยเดินไปทางป่าท้อกับเขาและห้าวเอ๋อร์
เมื