ข้าจะเชิญเจ้ามาเดินเล่นที่เวิ้งสวนท้อเป็นอย่างไร ดอกท้อที่นั่นกำลังเบ่งบาน งดงามยิ่งนัก”
“ดี” โม่เฉินตอบรับพร้อมรอยยิ้ม “ถึงตอนนั้นแล้วข้าจะเชิญเจ้าร่ำสุราใต้ต้นท้อ”
เฟิ่งจิ่วฟังจบก็พลันยิ้มรับ สองคนสนทนากันอยู่ในลานไม่นาน ก็เห็นจวินเจวี๋ยซางกับกวนสีหลิ่นสองคนเดินเข้ามา กวนสีหลิ่นยังไม่ทันเข้ามาในลาน ก็ยิ้มและกล่าวทักทายขึ้นมาแล้ว
“เสี่ยวจิ่ว โม่เฉิน ข้ารู้อยู่แล้วว่าพวกเจ้าต้องอยู่ที่นี่แน่” กวนสีหลิ่นยิ้มกล่าว สาวเท้าก้าวใหญ่เดินเข้ามา จากนั้นนั่งลงข้างๆ และเรียกจวินเจวี๋ยซาง “นั่งตรงนี้ ตรงนี้ยังมีที่ว่าง”
โม่เฉินยิ้มที่มุมปาก เห็นเพียงชุดคลุมสีขาวราวกับหิมะของตนเองถูกย่ำจนดำแล้ว เขามองกวนสีหลิ่นแล้วถาม “เมื่อครู่เจ้าไปที่ไหนมา”
เดิมทีกวนสีหลิ่นไม่ได้สนใจ ตอนนี้เห็นแล้วอดชะงักไม่ได้ มือหนึ่งพลิกชุดคลุมของตนเองดู “ทำให้สกปรกหรือนี่” เขาพูดพลางเอ่ยกับโม่เฉินเป็นการขอโทษ “ไม่เช่นนั้นเจ้ากลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ! ขอโทษด้วยจริงๆ”
“ไม่ต้องหรอก” โม่เฉินกล่าว ไม่ได้ใส่ใจเท่าไรนัก
เห็นดังนั้นแล้ว กวนสีหลิ่นก็ยิ้ม “เมื่อครู่พวกข้าไปฝึกวิชาที่สนามฝึกยุทธ์กันสองสามกระบวนท่า เจ้าดูสิ สิ่งสกปรกบน