ียบกระบี่บินมุ่งหน้ามาทางพวกเขา เสื้อสีขาวนั้นพลิ้วไหวตามลม สง่างามราวเทพเซียน น่ามองยิ่งนัก
“เอ๋? จวินเจวี๋ยซาง?” กวนสีหลิ่นมองเงาร่างที่ค่อยๆ เข้ามาใกล้ด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะยิ้มกล่าวกับเฟิ่งจิ่วว่า “เห็นทีคงพุ่งเป้าไปที่หวันเหยียนเชียนหวากระมัง”
สายตาของเฟิ่งจิ่วทอดมองจวินเจวี๋ยซาง เห็นเขาตามมาก็ใช้ความคิดในทันที หรือว่าเขาจะเดาออกแล้ว? ถึงได้ตามมาเช่นนี้
“เห็นทีการเดินทางครั้งนี้จะคึกคักดีทีเดียว” เฟิ่งจิ่วหัวเราะเสียงเบา พอเห็นเขาเหาะมาถึงด้านนอกเรือเหาะ นางถึงสะบัดแขนเสื้อครั้งหนึ่ง เปิดเขตอาคมที่ครอบคลุมเรือเหาะออก ให้เขาเข้ามา
จวินเจวี๋ยซางก้าวเท้าเข้ามา กระบี่บินถูกเก็บเข้าสู่แขนเสื้อ เขาเห็นทุกคนบนเรือเหาะมองเขาด้วยความสนอกสนใจ หลังจากกวาดสายตามองพวกเขาอย่างใจเย็นแล้ว สายตาเขาก็ทอดมองไปยังเฟิ่งจิ่วในชุดสีแดง ก่อนจะเดินไปหานาง
“เจ้าตามมาได้อย่างไร ไม่ใช่ว่าอยากไปตามหาพี่สาวข้าหรอกหรือ พี่สาวข้าไม่ได้อยู่บนเรือเหาะลำนี้” เฟิ่งจิ่วหัวเราะเสียงเบา หลังจากนั้นนางก็ส่งสัญญาณให้เหลิ่งหวาที่นั่งอยู่ข้างๆ
เหลิ่งหวาถอยไปแล้วทำให้มีที่ว่าง ขณะเดียวกันก็หยิบจอกสุราวางลงบนโต๊ะ ก่อนที่เขาจ