สัมผัสได้ถึงเหงื่อที่กำลังไหลซึม ป้าสวีถึงกับเรียกน้องชายตัวเองว่าสัตว์ร้าย นี่ไม่เท่ากับว่าตัวเองด้วยเหรอ?
…..
“คุณคะ สวีเจียฮุยขาหักต้องเข้าโรงพยาบาล พวกเราต้องไปเยี่ยมเขาไหม?” ลมหายใจของหญิงสาวหอมกรุ่นราวดอกกล้วยไม้ ขณะนั่งอ่อนแรงอยู่บนร่างเผิงเจี่ย
พอคิดถึงพี่เขยคนนั้น เผิงเจี่ยพลันตะคอกออกมา “แน่นอนว่าต้องไป ดีที่สุดคือไปดูว่าพวกมันจะตายเมื่อไหร่”
คุณแม่สวีที่บุกเข้ามาในบ้าน พลันได้ยินน้องชายกับน้องสะใภ้ตัวดีกล่าวสองประโยคนั้นพอดี จึงเดือดดาลขึ้นมาทันที
เธอวิ่งเข้าไปกระชากผมผู้หญิงคนนั้นแล้วฟาดลงกับโซฟา จากนั้นก็ตบเผิงเจี่ยอย่างแรงหลายครั้ง
“แช่งสามีฉันให้ตายใช่ไหม? ฉันอยากเห็นนักว่าแกจะมีชีวิตอยู่จนเห็นวันนั้นไหม!”
สวีข่ายอวิ๋นตกใจกับความเกรี้ยวกราดของแม่ตัวเองมาก
เผิงเจี่ยโดนตบจนหูอื้อตาลายไปหมด รอจนเขารู้สึกตัว ก็โดนตำรวจจับใส่กุญแจมือเสียแล้ว
“เผิงเจี่ย มีคนแจ้งว่าคุณทำธุรกิจที่ทุจริต ขโมยความลับของบริษัทหนึ่งไปขายให้กับอีกบริษัทหนึ่ง ทั้งยังสั่งให้พนักงานของตนประพฤติตนมิชอบ ทำลายสิทธิ์และผลประโยชน์ของผู้อื่นอย่างร้ายแรง และเรามีหลักฐานว่าคุณทำเรื่องทุจริตดังกล่าวอย่างชัดเจน จึงต้องดำเนินการตามกฎหมาย”
เผิงเจี่ยได้ยินก็มองไปที่คุณแม่สวีอย่างว่างเปล่า ก่อนจะกล่าวอย่างไม่อยากจะเชื่อ “ฉันเป็นน้องชายแท้ ๆ ของพี่นะ ทำไม…”
“หลานเต่า*[2] อย่างแกยังมีหน้ามาถามว่าทำไมอีกเหรอ?” คุณแม