ในเมื่อเรื่องคลี่คลายแล้ว เฝ่ยไป๋ลู่จึงกล่าวลา
พอส่งอาจารย์เฝ่ยจากไป คุณแม่สวีก็หันมองจางเฉิงอย่างพึงพอใจ “ว่ากันว่าคนโง่มักโชคดี เมื่อก่อนฉันไม่เชื่อ แต่ตอนนี้เชื่อแล้ว ลูกชายโง่ ๆ ของฉันมีเพื่อนอย่างเธอ ก็ถือเป็นโชคของเขา”
สวีข่ายอวิ๋น “?”
……
พอเฝ่ยไป๋ลู่กลับถึงบ้านก็ดึกแล้ว และทันทีที่ออกจากลิฟต์ ก็ถูกคนขวางไว้ตรงประตูหน้าห้อง
“คุณเฝ่ย เจ้านายของผมต้องการเชิญคุณไปดูดวงชะตาให้ คุณว่างเมื่อไหร่ครับ? พวกเรามานัดเวลากันดีไหม?”
ทุกวันนี้เฝ่ยไป๋ลู่ได้รับความนิยมอย่างมากบนอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะหลังจากเหตุการณ์ต่อต้านการหลอกลวงและปลอมแปลง ทุกคนจึงประจักษ์ถึงความสามารถของเธอ กระทั่งมีข้อความส่วนตัวมากมายส่งเข้ามา พวกเขาเหล่านั้นถึงกับยอมจ่ายราคาสูงเพื่อพบหน้าเธอด้วย
แต่อันที่จริงแล้ว ทุกคนระมัดระวังมากและยังคงเลือกเฝ้าดูสถานการณ์ต่อไปอีกสักหน่อย ซึ่งสิ่งนี้ทำให้เธอรู้สึกสบายใจ
ส่วนเฉินซีเป็นข้อยกเว้น เขาในตอนนี้ดูป่วยการณ์จะพูดด้วยมาก
ส่วนสาเหตุที่เขาเป็นข้อยกเว้นนั้น ก็เพราะเขามาหาเธอด้วยเรื่องชวนปวดหัวประจำอยู่แล้ว
เฝ่ยไป๋ลู่หยุดมองผู้ชายตรงหน้า ชายผู้คิดว่าตัวเองคือเติ้งหลง*[3]กลับชาติมาเกิด ก่อนเธอจะกล่าวเยาะเย้ย “ทั้งที่ต้องการเชิญฉันไปทำนายดวงชะตา แต่กลับไม่มาเอง แล้วส่งคุณที่เป็นเลขามาแบบนี้เนี่ย นี่คือความจริงใจของเจ้านายคุณเหรอคะ?”
อุตส่าห์ส่งผู้ช่วยมาทั้งที แต่ทั้งคำพูดและกิริยา