วมเสื้อผ้า”
“อ๊ะ…”
เฟิ่งจิ่วเผลอส่งเสียงร้อง เพราะรู้สึกว่ามือใหญ่คู่หนึ่งเลื่อนจากเอวนางไปยังบั้นท้าย ขณะเดียวกันฝ่ามือนั้นพลันออกแรงกดลงมา ทำให้ร่างกายนางแนบชิดสนิทกับร่างกายเขา
ใต้ผ้าห่มผืนใหญ่ ร่างกายเปลือยเปล่าทั้งสองใกล้ชิดกัน ความอบอุ่นอวลอยู่ระหว่างกัน สัมผัสนั้นไปจนถึงความรักร้อนแรงในแววตาเขาทำให้นางหน้าแดงเถือกอย่างควบคุมไม่อยู่
“ที่นี่โรงเตี๊ยมนะ!” นางถลึงตามองเขาอย่างไม่สบอารมณ์
เซวียนหยวนโม่เจ๋อหัวเราะเบาๆ “อืม ข้ารู้ว่าที่นี่โรงเตี๊ยม” เขาพูดแล้วโน้มตัวลง จุมพิตที่ริมฝีปากนาง มือใหญ่ใต้ผ้าห่มเคลื่อนไปตามร่างกายนางตามจุมพิตเขาเช่นกัน…
แม้คนทั้งสองจะไม่ได้แนบชิดกันพร้อมร่างกายเปลือยเปล่าเป็นครั้งแรก แต่ในใจเฟิ่งจิ่วก็ยังคงรู้สึกเขินอายอยู่บ้าง อย่างไรเสียพวกเขาก็ไม่เคยพัฒนาไปถึงขั้นสุดท้ายสักที ส่วนเขาในคืนนี้กลับกระตือรือร้นอย่างน่าประหลาด ทำให้เพลิงในกายนางปั่นป่วนขึ้นมาง่ายดายนัก ร่างกายจึงตอบรับความกระตือรือร้นของเขาตามสัญชาตญาณ
สองคนในห้องไม่ต่างจากกาว ตอนนี้ห้าวเอ๋อร์ที่สวมเพียงเสื้อตัวในอยู่ข้างนอกเดินขยี้ตามาถึงหน้าห้อง เห็นว่าเหลิ่งซวงเฝ้าอยู่ที่หน้าห้องจึงเงยหน้าเรียก “ท่านน้า