ห้เซวียนหยวนโม่เจ๋อแปลกใจอยู่บ้าง ท่าทางคงไม่คิดเผยร่างจริงต่อสู้กันแล้วกระมัง
“เซวียนหยวนโม่เจ๋อ! เฟิ่งจิ่ว! พวกเจ้าขี้ขลาดไร้ยางอายจริงๆ!”
เสียงตวาดด้วยความโมโหพลันดังมาจากข้างบน พร้อมด้วยคำต่อว่า ทั้งสองคนฟังแล้วประหลาดใจ มองเงาร่างข้างบนด้วยความสงสัย
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร พวกข้ามารอเจ้าอยู่ที่นี่ตั้งแต่เช้าแล้ว หากเจ้าไม่กล้ามาประมือ เช่นนั้นก็อย่ารับปากว่าจะต่อสู้กันเลย รับปากแล้วกลับเผยหัวซ่อนหางเช่นนี้ ช่างน่าขายหน้าเสียจริงๆ” เฟิ่งจิ่วแค่นหัวเราะเสียงหนึ่ง วาจาของนางไม่เกรงใจเป็นอย่างยิ่ง
ประมุขเทียมฟ้าที่อยู่บนท้องฟ้าได้ยินดังนั้นก็ยิ่งมีน้ำโห “พวกเจ้ายังกล้าพูดมากอีกหรือ พูดเสียดิบดีว่าเป็นการต่อสู้ระหว่างข้ากับเซวียนหยวนโม่เจ๋อ แต่พวกเจ้าทำอย่างไร มีคนซุ่มอยู่ในที่ลับมากมายเท่าไร เจ้ากับข้าไม่จำเป็นต้องพูดมาก ศิษย์ศักดิ์สิทธิ์ของตำหนักศักดิ์สิทธิ์ผู้นั้น ยังมีตาเฒ่าเสวียนอู่อีก พวกเจ้าคิดว่าข้าไม่รู้หรือ ข้าจะโง่มาประชันกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อ หลังจากนั้นสุดท้ายแพ้ชนะล้วนไม่อาจรอดชีวิตไปจากที่นี่หรืออย่างไร พวกเจ้าเห็นข้าเป็นคนโง่ใช่หรือไม่”
เมื่อฟังจบ ทุกคนข้างล่างต่างก็ทำตัวไม่ถูกกันทั้งสิ้น ผ