ๆ
ไม่รู้เหมือนกันว่าคิดอะไรอยู่ นางเม้มปาก ก้าวเท้าเดินไปข้างหน้า “เพิ่งฟื้นก็กลับไปนอนเถอะ ข้าไม่ได้มีน้ำยาวิญญาณฟื้นตัวป้อนให้เจ้ากินเยอะขนาดนั้น”
จวินเจวี๋ยซางเห็นนางเดินผ่านข้างกายเข้าไปข้างใน สีหน้าของเขาพลันอ่อนโยนขึ้น ก่อนจะค่อยหมุนกายเดินเข้าไปในเรือนและนั่งลงข้างๆ โต๊ะ
“หลายวันนี้ต้องขอบคุณเจ้ามาก” เขากล่าวพลางจ้องมองใบหน้าที่บูดบึ้งและท่าทางเย็นชาของนาง ดวงตาของเขาพลันหรี่ลงอย่างอดไม่ได้
หวันเหยียนเชียนหวาสบสายตาของเขาอย่างเย็นชา น้ำเสียงราบเรียบ “ข้าเพียงมาตอบแทนบุญคุณในปีนั้น”
เมื่อได้ยินดังนั้น จวินเจวี๋ยซางเงียบไป พอเขาไม่เอ่ยวาจา หวันเหยียนเชียนหวาก็เงียบเสียงเช่นกัน สองคนต่างฝ่ายต่างไม่พูดจา นั่งอยู่อย่างนั้นด้วยความอึดอัด ผ่านไปเนิ่นนานหวันเหยียนเชียนหวาจึงเอ่ยขึ้นว่า “ในเมื่อเจ้าฟื้นแล้ว เช่นนั้นก็ไม่ต้องป้อนน้ำยาวิญญาณแล้ว หากไม่มีธุระอื่นอีก ข้าขอตัวกลับก่อนแล้วกัน” พูดแล้วนางก็ลุกขึ้นยืน ไม่ได้คิดรั้งอยู่นาน
“ช้าก่อน”
จวินเจวี๋ยซางกล่าวออกมาเสียงหนึ่ง ลุกขึ้นยืนเช่นเดียวกัน “ในเมื่อเจ้าบอกว่าต้องการตอบแทนบุญคุณในปีนั้น เช่นนั้นเจ้าก็อยู่ดูแลข้าที่เรือนนี้หลายวัน