เหยียนเชียนหวา สองคนเดินไปพลาง คุยกันไปพลาง เมื่อมาถึงศาลาก็นั่งลง ดวงตาคู่สวยจ้องมองนาง “เจ้าไปหาจวินเจวี๋ยซางที่สำนักมาหรือ”
“ข้ารู้อยู่แล้วว่าปิดบังท่านไม่ได้” เฟิ่งจิ่วหัวเราะเสียงเบา “ข้าอยากรู้มานานแล้วว่าจวินเจวี๋ยซางเป็นคนอย่างไร แต่ไม่มีวาสนาได้พบกันสักที ดังนั้นหลังจากท่านดื่มจนเมาในคืนนั้น ข้าจึงไปที่สำนักมารอบหนึ่ง ด้วยอยากดูว่าบุรุษแบบใดที่ทำให้ท่านหวั่นไหวได้…”
เฟิ่งจิ่วยิ้มแล้วมองนาง “ข้าได้พบเขา เดิมทีคิดว่าแอบดูไม่นานก็จะไป แต่ใครจะรู้ว่าเขากลับพบข้าเข้า และข้ารู้สึกว่าเขาดูอาการไม่ดีสักเท่าไร”
หวันเหยียนเชียนหวาที่เดิมทีฟังนิ่งๆ เห็นนางพูดจบแล้วหยุดไป จึงช้อนสายตามองอีกฝ่ายอย่างอดไม่ได้ “อาการไม่ค่อยดี? หมายความว่าอะไร”
“เขามีจิตมาร น่าจะได้รับความทรมานจากจิตมาร ตอนข้าไปนั้นดึกมากแล้วแต่เขายังไม่นอน นั่งอ่านตำราอยู่ที่นั่น แต่นานแล้วกลับไม่พลิกกระดาษสักหน้า ใจลอยอย่างเห็นได้ชัด จริงสิ ตอนนั้นชายชุดข้าตกลงไปมุมหนึ่ง คาดว่าตอนนั้นเขายังไม่เห็นข้า อีกทั้งยังเข้าใจผิดคิดว่าเป็นท่าน”
เฟิ่งจิ่วยิ้ม นึกถึงสีหน้าของจวินเจวี๋ยซางในตอนนั้น นางรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอย