ะอึกสะอื้น พูดไม่ออก เพียงคิดถึงลูกของพวกเขา นางก็เจ็บปวดเหมือนหัวใจถูกกรีดด้วยมีดแล้ว
ลูกที่นางให้กำเนิดเองแท้ๆ กลับไม่อาจเติบใหญ่ข้างกายนางได้ เขาอายุห้าหกขวบแล้ว นางกลับไม่เคยพบหน้าเขาสักครั้ง ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้เด็กคนนั้นสูงเท่าไรแล้ว อ้วนหรือว่าผอม เขาจะรู้หรือไม่ว่ายังมีมารดาอย่างนางอยู่อีกคนหนึ่ง
“ภรรยา เจ้าอย่าร้องไห้เลย นี่เป็นข่าวดีนะ” ประมุขเสวียนอู่กล่าว ยื่นมือโอบนางเข้ามาในอ้อมแขน “ปีนั้นพวกเราจวนตัว วันนี้เขาเติบโตมาอย่างดี เจ้าอย่าเสียใจไปเลย”
“สามี พวกเราล้วนเป็นพ่อแม่ที่ไม่เอาไหน สักแต่ให้กำเนิดเขา กลับไม่เคยเลี้ยงดูเขา สามี ท่านว่าเขา…เขาจะลืมพวกเราหรือไม่” สตรีในชุดสวยถามทั้งน้ำตา ในใจมีทั้งความร้อนรนและเป็นกังวล
“เอ่อ…”
ประมุขเสวียนอู่ชะงักไป เขาไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลยจริงๆ แต่ยังคงปลอบใจนางว่า “ไม่ลืมหรอก นั่นคือบุตรชายของพวกเรา ตราบใดที่พวกเราพูดกับเขาให้ชัดเจน บอกเขาว่าปีนั้นพวกเราจวนตัว ข้าว่าเขาไม่มีทางลืมพวกเราได้”
หญิงงามพิงอยู่ในอ้อมแขนเขา ถามอีกว่า “สามี พวกเขาจะตัดใจคืนลูกให้พวกเราหรือไม่ อย่างไรเสียพวกเขาก็เลี้ยงดูมาตั้งห้าหกปี ความผูกพันนี้เกรงว่า