้อง แต่จำไว้เรื่องหนึ่งว่าต้องมีจิตใจดีงาม อย่าได้คิดร้าย”
“สิบวันนี้เจ้าต้องใช้ชีวิตอยู่ในเมืองสี่ทิศตามลำพัง ห้ามบอกใคว่าเจ้าเป็นลูกข้า เจ้าทำได้แค่ใช้ชีวิตในฐานะของขอทาน หลังจากสิบวันแล้วค่อยกลับมาที่บ้าน เจ้าทำได้หรือไม่” เฟิ่งจิ่วมองห้าวเอ๋อร์ที่มีสีหน้าอึ้งงัน ขณะเดียวกันถามเสียงอ่อนโยน
ห้าวเอ๋อร์ฟังจบแล้วพยักหน้า “อืม ห้าวเอ๋อร์ทำได้” เขาคิดว่าเวลาสิบวันน่าจะไม่ใช่เรื่องยาก
พูดได้เพียงว่าเขาไม่เคยใช้ชีวิตตัวคนเดียว จึงมองเรื่องราวต่างๆ ง่ายดายนัก
“ดี เช่นนั้นแม่จะให้คนไปส่งเจ้า” นางลูบศีรษะเขาพลางยิ้ม จากนั้นหมุนกายเรียกคนที่อยู่ข้างนอก “เหลิ่งหวา”
“นายหญิง” เหลิ่งหวาเข้ามาจากข้างนอก
“เจ้าส่งห้าวเอ๋อร์ออกจากจวน หาที่ปล่อยเขาแล้วค่อยกลับมา!” เฟิ่งจิ่วสั่ง
“ขอรับ” เหลิ่งหวารับคำสั่ง จากนั้นก็ก้าวเข้าไปอุ้มห้าวเอ๋อร์แล้วเดินออกไปข้างนอก
ตอนนี้ห้าวเอ๋อร์ที่ถูกอุ้มขึ้นมาคล้ายกับเพิ่งรู้ตัว เขาอ้าปากถามอย่างอดไม่ได้ “ท่านแม่ๆ หากห้าวเอ๋อร์คิดถึงท่านต้องทำอย่างไร”
เฟิ่งจิ่วยิ้มจาง “เช่นนั้นคิดอยู่ในใจก็พอแล้ว พอเจ้ากลับมา แม่จะเตรียมของอร่อยเอาไว้ให้เจ้า”
“ได้” เขายิ้มพลางตอบรับ ปล่อยให้เหลิ