นโถวที่ใช้กระดาษห่อไว้สองลูกออกมาจากในห้วงมิติแล้ววางลงบนมือเขา เอ่ยเสียงนุ่มว่า “วันนี้เจ้ายังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้ากระมัง กินหมั่นโถวให้อิ่มท้องก่อน ส่วนมื้อต่อไปเจ้าต้องหาทางเอาเองแล้ว”
“ขอบคุณท่านอาหวา” เขารับหมั่นโถวพร้อมกล่าวขอบคุณ
“เช่นนั้นข้าไปแล้ว เจ้าระวังตัวด้วย อย่าเชื่อคนแปลกหน้าง่ายๆ” เหลิ่งหวากล่าวพลางลูบศีรษะเขา จากนั้นจึงค่อยหมุนกายจากไป
เมื่อเขาเดินไปแล้ว ในตรอกนี้เหลือเพียงห้าวเอ๋อร์ที่ถือหมั่นโถวสีขาวสองลูกอยู่ตามลำพัง เขาคิดก่อนจะเดินไปนั่งลงข้างๆ ถือหมั่นโถวลูกหนึ่งกิน ส่วนอีกลูกหนึ่งห่อเก็บไว้อย่างดีแล้วยัดเข้าไปในอกเสื้อ
กินหมั่นโถวโดยไม่มีน้ำ ไม่มีโจ๊ก นี่ทำให้เขาที่กินอาหารดีๆ จนเคยชินกลืนมันลงคอไม่ได้อยู่บ้าง ยิ่งกินก็ยิ่งลดความเร็วลง สุดท้ายเขาถือหมั่นโถวที่เหลืออยู่ครึ่งลูกเดินออกจากตรอกไป
“ขายซาลาเปาจ้า! ซาลาเปาไส้เนื้อออกจากเตาใหม่ๆ ร้อนๆ เลย!”
เสียงของพ่อค้าดังมา ห้าวเอ๋อร์ฟังแล้วตาเป็นประกาย ซาลาเปาไส้เนื้อ? ซาลาเปาไส้เนื้ออร่อยกว่าหมั่นโถวมาก ข้างในซาลาเปามีเนื้ออยู่ด้วย
เขาสาวเท้าเล็กๆ เดินไปยังร้านขายซาลาเปาไส้เนื้อโดยไม่รู้ตัว เห็นซาลาเปาไส้เนื้อ