วลงกัดผลไม้คำหนึ่ง ยิ้มพลางบอกเขา “หวานมาก อร่อยมาก”
เขายิ้มดีใจ ใช้เสียงอ่อนหวานกล่าวว่า “ผลนี้ให้ท่านพ่อ” สิ้นเสียงแล้ว เขามองเซวียนหยวนโม่เจ๋อที่นั่งอยู่ข้างๆ
“ห้าวเอ๋อร์เด็กดี ไปเล่นกับเหลิ่งซวงก่อน พ่อมีธุระจะคุยกับแม่” เซวียนหยวนโม่เจ๋อกล่าว ส่งสัญญาณให้เหลิ่งซวงอุ้มเด็กชายออกไป
“ได้” เด็กชายเชื่อฟังดีมาก ผละออกจากอ้อมแขนของเฟิ่งจิ่วด้วยตนเอง หลังจากมองเฟิ่งจิ่วแล้วค่อยตามเหลิ่งซวงออกไป
“เรื่องในครั้งนี้เป็นเพราะห้าวเอ๋อร์ แต่ตอนนี้ผู้อาวุโสเหมยยังหมดสติอยู่” เซวียนหยวนโม่เจ๋อพูดพลางมองนาง “ส่วนพวกเหลิ่งหวา หลายวันนี้พักรักษาตัวอยู่ แม้บาดเจ็บหนักทว่าดีขึ้นเรื่อยๆ แล้ว”
สองคนสนทนากันอยู่ในลานครู่หนึ่ง รู้รายละเอียดบางอย่างจากเขาที่นี่แล้ว เมื่อผ่านไปพักหนึ่ง เฟิ่งจิ่วก็ลุกขึ้นพลางกล่าว “เจ้าไปดูพวกเขากับข้าหน่อยเถอะ!”
“อืม” เขาลุกขึ้นยืน เดินไปยังเรือนของพวกเหลิ่งหวาพร้อมกับนาง
“เพื่อให้ดูแลได้สะดวก เหลิ่งซวงให้คนจากตระกูลเซ่าย้ายพวกเขาไปที่เรือนของเหลิ่งหวา นอกจากผู้อาวุโสเหมยแล้ว ฉินซินก็บาดเจ็บหนักเช่นกัน ตามที่พวกเหลิ่งหวาเล่าในตอนนั้น ฉินซินฝืนบรรเลงพิณเพื่อช่วยชีวิตพวกเขา