อกไปแล้ว ก่อนหน้านี้ข้ากับนางไร้ความผิด นางก็บอกเอง หากไม่ดื่มจนเมาคงไม่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น”
“ใครจะรู้เล่า ปากพูดไร้หลักฐาน ตาเห็นคือความจริง ถึงอย่างไรหากชาวบ้านเห็นว่าแม่นางเปี้ยนท้องทั้งที่พี่สะใภ้รองอยู่ไฟยังไม่พ้นเดือน…” จูอู่กลัวว่าจูซื่อจะไม่กล้าเถียงจูเอ้อร์จึงรีบกล่าวสนับสนุน
ดูคล้ายทุกอย่างจะกลับตาลปัตรอีกครั้ง ทุกคนเข้าข้างหลิวซื่อ ถึวอย่างไรมันก็เป็นสิ่งที่นางรู้สึกได้ มือที่ถือแก้วน้ำจึงถูกเจ้าตัวยกดื่มน้ำไปอึกหนึ่ง
แต่นางรู้สึกว่ายังไม่พอ จึงบอกกับหลินซื่อ “สะใภ้ห้า รินน้ำให้ข้าอีกแก้วที ข้ายังอยากดื่มอีก”
“ได้เลย!” หลินซื่อรีบรินน้ำแก้วใหญ่ให้
หลิวซื่อดื่มไปห้าแก้วรวดกว่าจะหยุดลงได้
ในเวลาเช่นนี้ไม่มีใครถือสาที่นางดื่มเยอะราวกับวัวเคี้ยวหญ้าเพียงนี้ ทุกคนต่างสนใจอารมณ์ของนาง
หลังดื่มเสร็จ นางก็พูดขึ้นว่า “เอาละ ข้าดีขึ้นแล้ว ตกลงจะทำอย่างไรกับจูซุ่นเหวยและนังจิ้งจอกนี่”
ไม่รู้ว่านางกำลังลงโทษตนเองหรือจูเอ้อร์ ถึงได้เรียกชื่อจริงของเขาออกมาห้วน ๆ เช่นนั้น
ทว่านางลืมไปว่า ‘ความหมางเมิน’ แบบนี้จะมีผลแค่กับคนที่มีใจต่อกัน หากได้หมดใจแล้วก็คง…
“ต้องให้ได้อย่างนี้ มีหลายเรื่องที่ควรต้องนั่งลงคุยกัน เจ้าอาละวาดโหวกเหวกแบบนั้นได้อย่างไร ดูไม่เข้าท่าเลย…” จูเหล่าโถวยังโทษหลิวซื่ออยู่บ้าง “เรื่องนี้โทษเหล่าเอ้อร์ไม่ได้! ดูท่าทางของเจ้าสิ อย่างกับหญิงบ้า สามีเจ้าถึงได้หนีไป เ