ีกตัวหนึ่ง จนกระทั่งมองเห็นเงาร่างสีแดงที่ปรากฏขึ้นตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ กำลังนั่งอยู่บนสันกำแพงพลางมองลงมาข้างล่าง
สัตว์ตัวเมียพลันมองกลืนเมฆา ดวงตาทอประกาย สีหน้าดุร้ายหายไปในทันที เปลี่ยนเป็นมองมันอย่างลุ่มหลง
กลืนเมฆามองเห็นสายตาของมันแล้ว มุมปากพลันกระตุกเล็กน้อย จากนั้นก็ถลึงตามองมันครั้งหนึ่ง แล้วเบือนหน้าไปทางอื่น
เฟิ่งจิ่วมองเห็นการกระทำของสัตว์พันธสัญญาสองตัวทั้งหมด ในใจนึกขัน ก่อนจะเบนสายตามองร่างคนที่อยู่ด้านล่างเหล่านั้น “เจ้าสำนักสัตยุทธ์?”
เจ้าสำนักใหญ่ที่ถูกกลืนเมฆาฟาดตกลงมาและตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาได้อย่างยากลำบาก หันไปมองตามเสียง ก่อนจะรู้สึกประหลาดใจอย่างอดไม่ได้ “จะ…เจ้าก็คือภูตหมอ?”
“ถูกต้อง ข้าก็คือภูตหมอ” เฟิ่งจิ่วพูดอย่างสบายๆ นางที่นั่งอยู่บนกำแพงดูสบายใจและเกียจคร้านอย่างชัดเจน มือหนึ่งของนางค้ำกำแพงเอาไว้ ขณะเดียวกันก็ถือน้ำเต้าสุรา เงยหน้าดื่มสุราเล็กน้อย อธิบายไม่ถูกว่าท่าทางนี้ดูสง่างามหรืองดงามมากกว่ากัน
หญิงงามในชุดสีแดงนั่งร่ำสุราอยู่บนกำแพงภายใต้แสงจันทร์ ทุกท่วงท่าเผยให้เห็นความสง่างามทว่าไม่ยี่หระ สุราไหลลงจากมุมปากของนางเล็กน้อย ก่อนจะไหลลงไปในสาบเสื้อแล้วหาย