ะใภ้ ท่านใจเย็นก่อน” หลี่ซื่อโน้มน้าว นางมาช่วยแท้ ๆ แต่พี่สะใภ้กลับแยกแยะ ‘นอกใน’ ไม่ได้เชียวหรือ
“ใจเย็นกับผีน่ะสิ! เจ้าคิดว่าที่นางยั่วยวนสามีข้านั้นไม่เป็นไรหรือ นางอาจยั่วจูเอ้อร์ต่อหน้าแต่ลับหลังก็ไปล่อลวงเจ้าสี่สามีเจ้าก็ได้ เจ้าสี่ของเจ้าอาจถูกนางรวบหัวรวบหางในที่ลับไปนานแล้วก็ได้ ใครจะไปรู้เล่า” หลิวซื่อเดือดดาลเต็มทีขณะหันไปชี้หน้าต่อว่าจูซื่อ “แนะนำให้เจ้าระวังเจ้าสี่ของเจ้าเอาไว้เถอะ อย่าให้ต้องตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับข้า ต้องร่ำร้องกับฟ้ากับดินจนไม่มีที่ให้คร่ำครวญถึง”
เห็นได้ชัดว่านางอยากจะร่ำไห้ ทว่ากลั้นเอาไว้อย่างไม่ยอมรับใน ‘ความผิดพลาด’
เห็นได้ชัดว่าขนาดจับตามองเพียงนั้น สุดท้ายก็ยังพลาดท่าให้กับนังจิ้งจอก…
จูซื่องุนงงเล็กน้อยและเกรงว่าหลิวซื่อยังไม่ได้สติดี จึงเดินไปบังหลี่ซื่อแล้วดึงนางให้มาอยู่ด้านหลังตน พลางขยิบตาบอกนางว่าไม่ต้องกังวล ให้คอยดูไปก่อน
“พี่จูเอ้อร์ ข้าเปล่า ข้าเปล่าจริง ๆ…” เปี้ยนชิวอิ่งไม่คิดตอบโต้หลิวซื่อ ทำเพียงคว้าอกเสื้อของจูเอ้อร์พลางส่ายหน้าทั้งน้ำตา “ท่านต้องเชื่อข้านะ พี่จูเอ้อร์ ข้าเปล่าจริง ๆ ข้าไม่ใช่คนเช่นนั้น”
ด้านหนึ่งคือหญิงสติแตกที่กำลังอาละวาด อีกด้านคือสาวน้อยหน้าตาสะสวยผู้อ่อนโยน ไม่ต้องคิดเลยว่าชายหนุ่มจะเลือกใคร
จูเอ้อร์กล่าวปลอบนาง “ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นคนอย่างไร ข้าเชื่อเจ้า”
“ขอบคุณพี่จูเอ้อร์ ข้าว่าแล้ว ท่านเป็นผู้ชายที่ดี