าเป็นหมอใช่หรือไม่ ไม่ๆ เจ้าต้องเป็นเซียนที่มีความสามารถมากแน่ เจ้าต้องเป็นเซียนเร้นกายอย่างแน่นอน”
คล้ายกับปลอบใจตนเอง คล้ายกับอยากมอบความหวังสุดท้ายให้ตนเอง นางไม่ได้สงสัยในฐานะและความสามารถของเฟิ่งจิ่ว กลับกันนางเห็นเฟิ่งจิ่วเป็นหมอผู้ไม่เปิดเผยตัวตน อีกทั้งยังเห็นเฟิ่งจิ่วเป็นเซียนที่จะช่วยบุตรชายของนางได้
ดังนั้นนางจึงพาเฟิ่งจิ่วกลับบ้าน หลังเฟิ่งจิ่วและหญิงชราจากไปแล้วนั้น ชายวัยกลางคนคนหนึ่งก็เดินออกมาจากร้านขายยา ส่ายหน้าพลางมองทางที่พวกนางจากไปก่อนถอนใจออกมาเสียงหนึ่ง “คนใกล้ตาย ใครเล่าจะช่วยได้”
เสี่ยวเอ้อร์ในร้านก็เดินตามออกมาเช่นกัน มองคนที่จากไปไกลครั้งหนึ่ง ยิ้มพลางว่า “ท่านหมอหลู ขอทานคนนั้นบอกว่าช่วยได้ แต่ข้าว่านางน่าจะหาที่ซุกหัวนอนกระมัง! ในเมืองนี้ไม่มีใครมีวิชาแพทย์สูงล้ำเหนือกว่าท่านหมอหลูแล้ว คนที่แม้แต่ท่านก็หมดหนทางรักษา แล้วขอทานคนหนึ่งจะช่วยได้อย่างไร”
อีกด้านหนึ่ง เฟิ่งจิ่วตามหญิงชราคนนั้นกลับไปถึงบ้านแล้ว ลานบ้านเล็กเรียบง่าย ในลานมีข้าวของกองไว้มากมาย บ้านหลังนี้มีห้องอยู่หลายห้อง หญิงชราพานางเข้าไปในห้องหนึ่งในนั้น ก่อนจะมาถึงตรงหน้าของคนที่นอนอยู่