นบนร่างกายแผ่ออกมา “เจ้าเอาแต่พูดว่าเขาเป็นชายชราอายุหลายร้อยปี แต่รู้หรือไม่ว่าคนที่เจ้าพูดถึงเป็นใคร ใครทำให้เจ้ากล้าหยาบคายและอวดดีกับหัวหน้าพรรคเริงรมย์เช่นนี้”
“เชียนหวา…”
หวันเหยียนเชียนหวาลุกขึ้นยืน สะบัดแขนเสื้อ มือข้างหนึ่งไพล่หลัง ก่อนจ้องมองเขาอย่างเฉยชา “ข้าหวันเหยียนเชียนหวารู้ว่าตนเองกำลังทำอะไร ไม่ต้องให้เจ้ามาเตือนข้า!”
ชายวัยกลางคนเห็นดังนั้นแล้ว คราวนี้จึงยกมือขึ้นกล่าว “เอาล่ะ พวกเจ้าสองคนไม่ต้องทะเลาะกัน หากคนนอกได้ยินเข้าจะคิดว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น”
เขาบอกให้ทั้งสองคนนั่งลง จานั้นก็พูดกับหวันเหยียนเชียนหวา “เชียนหวา ที่จริงครั้งนี้หัวหน้าพรรคให้คนส่งข่าว ให้พวกข้ามารับเจ้ากลับไป มองจากเรื่องนี้แล้ว เขาน่าจะไม่สนใจเจ้า หากเจ้าอยู่ที่นี่ต่อไปเกรงว่าจะมีแต่ปวดใจ อาเจ็ดเป็นห่วงเจ้าเช่นกัน ไม่หวังให้เจ้ายิ่งถลำลึกหรือเจ็บปวดเกินไป อย่างไรเสียเจ้ากับหัวหน้าพรรคเริงรมย์ก็…”
“ท่านอาเจ็ด ท่านไม่ต้องโน้มน้าวข้า ข้าเลือกทางนี้เอง ข้าเป็นคนรักเขาเอง จากนั้นจะเป็นอย่างไรไม่มีใครรู้ได้ พวกท่านวางใจเถอะ ข้าหวันเหยียนเชียนหวาไม่มีทางไม่หวังดีกับตนเองแน่…”
……….