ลืนเมฆานั่งก่นด่าอยู่ตรงนั้นด้วยความโมโห อินทรีแก่รู้สึกลังเลอยู่บ้าง ก่อนถามออกไปว่า “เอ่อ เจ้ายังสบายดีใช่หรือไม่”ความจริงมันอยากถามว่าเหตุใดเจ้าจึงกลายเป็นสัตว์อีกแล้ว อีกทั้งกลายเป็นสัตว์กลืนเมฆาอีกต่างหาก แต่มันเพียงมองท่าทางโกรธขึ้งของนางเท่านั้น ไม่กล้าถามออกไปเฟิ่งจิ่วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วผ่อนออก สงบอารมณ์ขุ่นข้องตั้งแต่เช้าตรู่ก่อนกล่าว “เจ้าส่งข้าลงไปเถอะ!”“ได้” อินทรีแก่บินออกมาถึงตรงหน้านาง จากนั้นก็ลดปีกลงต่ำลงเฟิ่งจิ่วปีนขึ้นไป หลังจากนอนบนหลังอินทรีแก่และมาถึงเบื้องล่าง นางก็พูดกับอินทรีแก่ว่า“เจ้ากลับไปเถอะ! ข้าไปคนเดียวได้”อินทรีแก่พยักหน้า หลังกระพือปีกบินขึ้นไป ขณะอยู่กลางอากาศมันก็มองลงไปข้างล่างเห็นเพียงร่างกายขดเป็นก้อนกลมของสัตว์กลืนเมฆากำลังเดินอยู่กลางป่า แม้ร่างนั้นจะเล็กจ้อยแต่ขนและผิวหนังสีแดงทั้งตัวยังคงเตะตายิ่งนักมันถอนสายตากลับมา คิดในใจว่า ‘ไม่รู้ว่าคนโชคร้ายที่ไหนจะได้เจอนาง … ‘เฟิ่งจิ่วเดินอยู่กลางป่า จากนั้นเดินออกจากป่าทึบแถบหนึ่ง มาถึงสถานที่ซึ่งมีหญ้ารกชัฏสูงเท่าครึ่งตัวคน เพราะร่างกายเล็กเกินไปจึงมองทางข้างหน้าไม่ชัด นางจึงเตรียมกลายร่างเป็นนกน้อยบินขึ้นไปบนท้องฟ้า แต่ทันโดนั้นนางก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้น“ที่นี่มีสัตว์ตัวน้อยที่งดงามเช่นนี้ด้วยหรือ!”นั่นเป็นเสียงของสตรี เสียงนั้นทั้งตกใจทั้งตื่นเด้น เพิ่งจิ่วหันศีรษะไปมอง ตอนที่นางหันศีรษะไ