ังว่าจะช่วยเลือกคนที่เหมาะสมให้
เมื่อพวกเขามาถึงร้านนายหน้าก็มีผู้คนตั้งแถวเรียงรายกันทั้งชายหญิงเด็กแก่
บ้างแต่งตัวดีน่ามอง บ้างซอมซ่อและดูมีชีวิตแสนลำเค็ญ บ้างมีรอยเฆี่ยนตีอยู่บนตัว
จูซานเคยเห็นเป็นครั้งแรกจึงอึ้งไป “มีเด็กด้วยหรือ?”
เขาจินตนาการไม่ออกว่าครอบครัวแบบใดที่ขายลูกกินอย่างนี้
นายหน้าแปลกใจที่เขาถามเช่นนี้ ทว่าเพราะยังอยู่ต่อหน้าเยี่ยนเหออัน จึงยังรักษารอยยิ้มบนใบหน้า “คุณชายจูซานอย่าได้เข้าใจผิดไป เด็กคนนี้ไม่ได้ถูกเราลักพาตัวมา เขาถูกสกุลของเจ้านายขายมา เดิมทีพ่อแม่ของเขาเป็นลูกหลานของสกุลนั้น แต่เพราะทำผิดจึงได้ถูกขายออกมาด้วยกัน แต่มีเพียงเด็กคนนี้ที่ถูกขายให้เรา”
“แล้วพ่อแม่ของเขาอยู่ที่ไหนเล่า?” ในฐานะคนเป็นพ่อ ลึก ๆ แล้วจูซานก็นึกเห็นใจไม่น้อย
เขาเห็นว่าเด็กคนนั้นอายุมากกว่าต้าเป่าเล็กน้อย ต้าเป่าได้เล่าเรียนแล้วแต่เด็กคนนี้กลับถูกขายราวกับหมูหมากาไก่ ทำเอาเขาอดสงสารไม่ได้
“ถูกขายไปที่อื่นแล้ว หัวหน้าสกุลนี้เป็นคนขอมาเอง ข้าเป็นเพียงคนตัวเล็กตัวน้อย ไม่มีทางตัดสินใจแทนเขาได้ ได้แต่ทำตามเท่านั้น…”
เขายังพูดไม่ทันจบ ป้าเฉินผู้เข้มงวดก็กระแอมขึ้นมา “อะแฮ่ม! เปล่าประโยชน์ที่จะพูดสิ่งใดเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ ในเมื่อเขาถูกขายมาที่นี่แล้วมันก็คือชะตาของเขา คนเรานั้นดั่งต้นข้าว มีความอยุติธรรมมากมายในโลกนี้ เราช่วยเหลือทุกสิ่งที่พบเจอไม่ได้ หากเป็นอย่างนั้นคงไม่มีทางท