ี่โลกนี้จะสงบสุข”
นายหน้าถึงกับหน้าเจื่อนและนึกเสียดาย
เขาเห็นจูซานมีท่าที ‘สงสาร’ จึงมีความคิดอยากให้ซื้อเด็กน้อยคนนี้ไป
ช่วยไม่ได้ เด็กเล็กที่มี ‘ตำหนิ’ บนตัวแบบนี้ขายออกยากที่สุดแล้ว
คนที่ซื้อเด็กกลับไปมีจุดประสงค์เพียงสองอย่าง หนึ่งคือไม่มี ‘เพื่อนเล่น’ ที่บ้าน จึงมาเลือกสาวใช้ส่วนตัวหรือเด็กรับใช้ให้กับลูกหลานของตนเอง อีกอย่างคือในครอบครัวมีเด็กไม่พอ จึงต้องมาซื้อคนไปอบรมบ่มเพาะตั้งแต่ยังเล็ก
หากเป็นอย่างหลังก็ยังดี ทว่าหากเป็นอย่างแรก สกุลที่กลัวว่า ‘สิ่งอัปมงคล’ ของเด็กเหล่านี้จะแปดเปื้อนลูกหลานของตนเองย่อมไม่ซื้อไป
ทว่าหากพวกเขาเลี่ยงได้ก็คงไม่เลือกเด็กที่มี ‘ตำหนิ’
คำพูดของป้าเฉินไม่ได้เป็นแค่คำเตือนสำหรับนายหน้า แต่ยังเข้าหูจูซานด้วย สื่อได้ว่าในที่อย่างนี้ห้าม
‘เห็นใจ’ ผู้อื่นหากไม่อยากทำให้ตนเองเดือดร้อน
จูซานใจอ่อนไปชั่วขณะ แต่ก็รู้ว่าในสถานการณ์เช่นนี้เขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับเด็กคนนั้น แล้วก็ไม่ได้ทำให้เด็กคนนั้นตกอยู่ในสภาพเช่นนี้
ต่อให้เขาต้องการ ‘ช่วย’ แต่ก็ยังรู้กำลังของตนเอง ถึงอย่างไรเขาก็มีครอบครัว ไม่มีใครสำคัญไปกว่าครอบครัวของเขา
ผู้ดูแลอย่างป้าเฉินแนะนำวิธีเลือกคนให้จูซาน ระหว่างนั้นนางก็คัดกรองคนที่ไม่เหมาะสมออกไป หลังคนกลุ่มสุดท้ายจากไป นางก็รู้สึกว่าไม่มีปัญหาใหญ่แล้ว จึงปล่อยให้จูซานเป็นคนเลือกเอง!
เลือกข้ารับใช้ไม่ใช่เพียงต้องสามารถทำงานได้ บางครั้งยังต้อ