จูชีงุนงง เขาทำไม่ได้ก็ยังถูกส่งให้ไปทำ จึงรีบเข้าไปทันที
“ท่านแม่ มีเรื่องไม่สบายใจหรือไม่ขอรับ?”
ทันทีที่คำนั้นหลุดออกมา จูซานก็เหงื่อตกแทนจูชี เจ้าบื้อ สรรหาถ้อยคำหน่อยไม่ได้หรือ สอนไปเสียเปล่าจริง ๆ
นึกไม่ถึงว่าเย่อวี๋หรานจะหันมาบอก “ข้ามีเรื่องไม่สบายใจ แต่อธิบายไม่ถูกว่ามันคือเรื่องใดกันแน่ ถึงได้กังวลมาตลอดแบบนี้”
“ท่านแม่ ท่านป่วยหรือไม่ รู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือไม่?” จูซานลนลาน
หลังจากหกล้มคราวนั้นก็เห็นได้ชัดว่าร่างกายของนางไม่แข็งแรงดังเดิม ทำเอาเขาเป็นห่วงอยู่บ้าง หากเกิดอะไรขึ้นกับนาง เขาจะทำอย่างไร?
“เปล่า ข้ากินอิ่มนอนหลับดี จะไม่สบายตรงไหนกัน เจ้าเองก็เห็นว่าข้าแข็งแรงไม่ใช่หรือ” เย่อวี๋หรานมองค้อนเขาอย่างไม่สบอารมณ์
จูซานไม่รู้เรื่องรู้ราว เขาเอ่ยอย่างช่วยไม่ได้ “ท่านแม่ ข้าเป็นห่วงท่าน”
“ไม่เห็นต้องเป็นห่วง”
“ไปหาหมอให้สบายใจสักหน่อยดีหรือไม่?”
“ไม่ ๆ ข้าไม่อยากไปหาหมอ ข้ารู้ตัวเองดี เพียงแค่วูบโหวงในใจ อยู่ต่อไม่ได้แล้ว ข้าอยากกลับ…” สิ้นคำนั้น นางก็ชะงัก
ที่แท้นางอยากกลับตำบลอันจิ่วหรอกหรือ?
ก่อนหน้านี้นางตั้งใจจะรอให้หายดีก่อนค่อยกลับไปเพื่อไม่ให้ครอบครัวต้องเป็นห่วงไม่ใช่หรือ?
จูซานรู้สึกว่าในที่สุดก็เข้าใจเสียที “ในเมื่อท่านอยากกลับก็กลับกัน ท่านแม่ ข้าจะกลับไปกับท่านเอง”
“ไม่ ถ้าเจ้าไปกับข้า แล้วเจ้าเจ็ดเล่า?”
นางว่าจบจูชีก็ตบอกพลางพูดว่า “ท่านแม่ไม่ต้องเป็นห่