รเรื่องนางกับพี่รองอย่างไรดี?”
“ตอนนี้จะจัดการอย่างไรได้เล่า” เขาหน้าเสีย “เกิดเรื่องอะไรขึ้นแล้วหรือไงกัน”
ฝ่ายพี่ชายเผยสีหน้างุนงง “เมื่อครู่เจ้าบอกเองว่า…”
“มันก็เป็นเพียงการคาดเดาของเราว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่ยังไม่ได้ฟังคำจากปากพี่สะใภ้รอง หากนางไม่พูด เราเองก็ ‘ทำไขสือไม่รู้เรื่อง’ ตามน้ำ เข้าใจหรือไม่?”
“ข้าไม่เข้าใจ” จูซื่อตอบตามตรง จูอู่ทำให้เขาสับสนไม่น้อย
จูต้าเองก็งุนงงไม่ต่างกัน “เจ้าอย่ามาอมพะนำ พูดมาให้ชัดเจนกว่านี้”
“โธ่เอ๊ย แท้จริงแล้วเรื่องนี้เรียบง่ายยิ่ง ท่านแม่ไม่อยู่ที่นี่ เรื่องใหญ่ล้วนเป็นเรื่องเล็ก เรื่องเล็กก็เป็นเรื่องเล็กเช่นกัน ไม่ว่าคนสกุลเปี้ยนผู้นั้นจะคิดอย่างไร ขอเพียงพี่สะใภ้รองไม่โวยวาย เราก็เพียงแสร้งไม่รู้ไม่เห็น ดูท่าทีของนางกับพี่รอง เรื่องนี้ไม่น่าใหญ่โต… ขอเพียงไม่ให้ความสำคัญมันก็ ‘สูญเปล่า’” จูอู่เอ่ย “ท่านแม่เคยบอกว่าผู้ชายสกุลจูจะมีอนุได้ก็ต่อเมื่ออายุย่างสี่สิบแล้วยังไร้บุตร พี่สะใภ้รองกำลังจะคลอดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นลูกสาวหรือลูกชาย ด้วยนิสัยใจของท่านแม่ มีหรือนางจะยอมให้พี่รองมีอนุ”
“จริงของเจ้า ท่านแม่เอ็นดูลูกสาว หากพี่สะใภ้รองคลอดลูกสาว เกรงว่าท่านแม่คงยินดีและยอมยกให้ทุกอย่างที่ต้องการ แล้วจะปล่อยให้พี่รองมีอนุได้อย่างไร” จูซื่อรู้สึกว่าตนเองคิดไม่ผิด
ระหว่างที่พวกเขากำลังพูดคุยกัน เสียงความเคลื่อนไหวก็ดังมาจากด้านในอีกครั้ง ร้องถามห